วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รับอากาศกลางคืนที่ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่


ตลอดหลายปีฉันเดินทางผ่านอำเภอเชียงดาวอยู่ซ้ำๆครั้ง ทุกครั้งก็จะเห็น ดอยหลวงเชียงดาวท่องเที่ยวเชียงใหม่ ตั้งตระหง่านมาแต่ไกล ได้แต่แหงนหน้ามองดูแล้วบอกกับตัวเองว่าสวยและยิ่งใหญ่จัง  ถามว่าอยากขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศข้างบนหรือไม่ ตอบได้เลยว่าอยากไปมากเพราะฉันเคยเห็นทิวภาพบรรยากาศสวยๆของดอยหลวงเชียงดาวและดอกไม้ท้องถิ่นหลากชนิดจากนักท่องเที่ยวหลายคน แต่ในตอนนั้นได้แต่มองความสวยงามอยู่ข้างล่างและคิดเสมอว่าคงไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปแน่ ด้วยความหวั่นเกรงเพราะจัดหามายินเสียงร่ำลือว่าที่นี่ไม่ได้จะเดินกันง่าย ต้องบุกป่าฝ่าดง เดินไกลและชัน ต้องอดทนกับความหนาว ไม่มีแหล่งน้ำและสิ่งอำนวยความฉลุยอะไรเลย ทิ้งคำพูดนี้ทำเอาฉันหวั่นเกรงเพราะสไตล์ของฉันคือไม่ค่อยนิยมเดินป่าเท่าใดนัก แต่ครั้งนี้ขอวัดใจอยากรู้ว่าคำร่ำลือที่เค้าว่ากันมาจริงหรือไม่ ฉันจะผ่าความกลัวออกไปเพื่อลองไปสัมผัสด้วยตัวเองคาดคั้นครั้งในชีวิต  “ ดอยหลวงเชียงดาว ”


ดอยหลวงเชียงดาว


เที่ยว ดอยหลวงเชียงดาว มีให้เลือกมากแบบ จะเที่ยวอีกด้วยตัวเองเริ่มตั้งแต่ติดต่อขออนุญาติเข้าพื้นที่ไปที่หน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว รถรับจ้าง ลูกหาบ ตระเตรียมอาหารเองทั้งหมด หรือใช้บริการทัวร์ท้องถื่นในอำเภอเชียงดาว หรือจะเสียเงินแพงขึ้นมาอีกนิดใช้บริการทัวร์ที่เริ่มต้นจากกรุงเทพซึ่งทุกสิ่งอย่างทัวร์ดำเนินการให้หมดก็ถือว่าช่วยอำนวยความฉลุยให้ได้เยอะ  ฉันเลือกวิธีหลังเพราะไม่อยากต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น เพราะคิดว่าแค่เดินอย่างเดียวคงเหนื่อยมากแล้ว อีกอย่างต้องการใช้เวลาถ่ายรูปให้เต็มที่แบบไม่เร่งรีบ  สำหรับข้อมูลท่องเที่ยวดอยหลวงเชียงดาวอย่างละเอียก ทริปนี้ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน มาถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวประมาณ  9 โมงกว่า ก่อนเริ่มทำสตาร์ท นักท่องเที่ยวทุกบุคคลต้องมาชมวีดีโอให้ความรู้และกฎต่างๆ ของการเทียวดอยหลวงเชียงดวงดาราก่อน เราจะได้เที่ยวอย่างถูกวิธี ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเปราะบางมาก

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ครัวลุงแซม @เวียงนิมมาน ร้านอาหารการกินไทยสุดฟิวชั่น จังหวัดเชียงใหม่

ท่องเที่ยวเชียงใหม่


ร้านเดิมที่คอลัมน์สันทรายเขาตั้งชื่อร้านว่าครัวลุงแซม เฉยๆครับ แต่สาขาที่คู่ที่มาอยู่นิมมานเหมินทร์แห่งนี้ เขาตั้งชื่อว่า ครัวลุงแซม@เวียงนิมมานเที่ยวเชียงใหม่ ตอนแรกน้าอ้วนเข้าใจว่า คำว่า “เวียงนิมมาน” ต้องการสื่อว่าอยู่ในตัวเมืองและย่านนิมมานเหมินทร์ แต่ความเป็นแน่แท้แล้วคำว่า เวียงนิมมาน มีชีวิตชื่อของเกสเฮ้าส์ที่ร้านครัวลุงแซมตั้งอยู่ ดังนั้นก็เลยใช้ว่า ครัวลุงแซม@เวียงนิมมาน นี่เอง


ครัวลุงแซม @เวียงนิมมาน ร้านอาหารไทยสุดฟิวชั่น เชียงใหม่


เกี่ยวกับทางมาที่ร้าน มาได้ 2 ทางครับ แล้วสิ่งกลมๆที่สังเกตุได้ง่ายๆมากก็คือร้านนี้อยู่ผ่าเดียวกับร้านไอศครีมชื่อดังอย่าง iBerry ครับ ทางมาร้านง่ายๆ ก็คือ


1. ถ้าหากมาจากทางถนนศิริมังคลาจารย์ ให้เข้าซอยเส้นทางน้ำผึ้ง (หน้าปากซอยจะมีร้านสุขเกษมตั้งอยู่) เข้าซอยมาเรื่อยๆ จะพ้นร้านไอศครีม iBerry นะครับ เลยมานิดเพียงอย่างเดียวร้านจะอยู่ขวามือ มีป้ายรถเมล์และโลโก้ของร้านชัดเจน


2. หรือใครณเข้ามาทางท้องถนนนิมมานเหมินทร์ ก็ให้เข้าซอย 17 นะครับ (ที่มีร้าน Neighborhood และร้าน Magenta ที่น้าอ้วนเคยรีวิวไปแล้วนั่นแหละครับ) พอถึงร้านอาหารคุณหมอ คูซีน ก็ให้เลี้ยวขวานะครับ แล้วก็เลี้ยวซ้ายอีกที พ้นโรงเรียนบ้านภาษา NES ไป ไปอีกประมาณ 200 เมตร ร้านก็จะอยู่ซ้ายมือนั่นเอง


ครัวลุงแซม@เวียงนิมมาน เป็นร้านเล็ก ถึงเล็กพอแรงมีโต๊ะอยู่ประมาณ 4-5 ตัวครับ รับลูกค้าได้ประมาณเท่าที่ดูด้วยสายตาก็ราวๆ 20 คนครับ แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดอะไรนะครับ สำหรับที่จอดรถก็สามารถจอดส่วนถนนได้เลย


 

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

ถนนคนดำเนินเชียงใหม่

ที่เที่ยวเชียงใหม่ถนนคนเดินเชียงใหม่
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เทศบาลจังหวัดเชียงใหม่ จะปิดถนนหนทางส่วนหนึ่งในเชียงใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านช่องห้องหับนำสินค้าหัตถกรรมมาวาง ขายบนถนนคนเดินถ้าหากมาเยือนเชียงใหม่ในช่วงอากาศหนาว เดินเที่ยว ถนนหนทางคนเดินเชียงใหม่ ก็เพลิดเพลินไปอีก แบบหนึ่งซึ่งที่นี่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยว ชาวไทยจากทุกภาคและชาวต่างประเทศหลากต่างๆ ภาษาทั้งยุโรป เอเชีย ถนนคนเดินที่เชียงใหม่มี 4แห่ง
1. ถนนคนเดินท่าแพ
อยู่บริเวณประตูเมืองท่าแพต่อไปยังถนนราชดำเนิน เป็นถนนคนเดินที่โด่งดังและใหญ่ที่สุดมีวันอาทิตย์ตอนเย็นเปิด เฉพาะ วันอาทิตย์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 น. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชียงใหม่จำหน่ายสินค้าขนาดมหึมา มีสินค้าให้เลือกสรร มากมายหลากหลายประเภท
2.ถนนคนเดินวัวลาย
อยู่ที่ถนนวัวลาย ใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่ เปิดเฉพาะวันเสาร์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 น. พ่อค้าแม่ค้า เป็นคน พื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในบริเวณถนนวัวลายเป็นส่วนใหญ่ จึงมีขนาดเล็กกว่าถนนคนเดินท่าแพที่เที่ยวเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านช่องห้องหับทำ เครื่องเงิน ซึ่งทั้งผลิตและจำหน่ายสินค้าจำพวกเครื่องเงิน นอกจากนี้ยังมีสินค้า พื้นเมืองเป็นกอบเป็นกำมายให้ เลือกสรร
3.กาดต้อนกอง
วันเสาร์ช่วงเช้า ณ ชุมชนสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม ลงคะแนนเสียงชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นนคร อาหารพื้นเมือง เลือกซื้อผักปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับ ชมสาธิตวิธีการเลี้ยงนกกระทา และการแสดงทางวัฒนธรรมของ ชุมชน โดยเยาวชนท้องถิ่น โดยกลุ่มเกษตรกร เช่น ปลูกผัก กลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น เภรีโบราณและ การล่องเรือชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำท่าปิง
4.ถนนคนเดินสายหัตถกรรมสันกำแพง
ก่อนกลับจากเที่ยวเชียงใหม่เลือกชม เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมของกินข้าวของเครื่องใช้ฝาก ของที่ระลึก และรับชมการแสดงดนตรีโบราณของสันกำแพง ทุกวันเสาร์เวลา 15.00-22.00
ถนนคนเดินวัวลาย

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ วัดหมดสภาพงอม ที่เที่ยวเชียงใหม่

ท่องเที่ยวเชียงใหม่


 


วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ ที่เที่ยวเชียงใหม่ ตามนิทานกล่าวไว้ว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์โลกนั้นพระองค์เสด็จมาโปรดยักษ์ซึ่งความเก่งไล่จับลูกสาวนายแสนแซว่ คือ นางอุทุม กิน พระพุทธเจ้าทรงเทศนาสั่งสั่งสอนจนยักษ์เกิดความเลื่อมใสจึงทำให้ลูกสาวนายแสนแซ่วพ้นภัย ดังนั้นลูกสาวเศรษฐีจึงนำบิตุรงค์ของนางคือนายแสนแซ่วไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพระองค์ประทานเส้นเกศาให้ ต่อมานายแสนแซว่และลูกสาวได้แปลงพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขึ้นโดยนำเอาพระเกศาของพระพุทธเจ้าประดิษฐานไว้ในพระเศียรของพระพุทธรูป ซึ่งต่อมาบริเวณที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังกล่าวเปลี่ยนไปเป็นวัดขึ้น เรียกว่า วัดพระนอนป่าเก็ดถี่(ประมาณว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ.2098)


การเดินทาง/ ผ่านตัวอำเภอสารภี เข้าสู่ตำบลยางเนิ้ง จะมีทางแยกเข้าโรงเรียนสารภีวิทยาคม ด้านขวามือ เข้าไปตามหนทางจะเห็นวัดพระนอนป่าเก็ดถี่อยู่มัธยมทุ่งนาด้านซ้ายมือ


วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ ตั้งอยู่บ้านป่าเก็ดถี่ เลขที่ 198 หมู่ที่ 4 ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่


เที่ยวเชียงใหม่


ที่เที่ยวเชียงใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

ถ้ำเชียงดาว หินแตกออกหินผาย้อยตะการตา สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่

Untitled Document


ถ้ำเชียงดาว เป็นถ้ำที่น่าสนใจถ้ำหนึ่งของที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ อยู่ในเขต อำเภอเชียงดาว ตั้งอยู่ปลายเขาของดอยหลวงเชียงดาว ด้านใน แต่ละถ้ำ มีความเพริศจากการเสกสรรปั้นนิพนธ์ของธรรมชาติ เชิญให้ตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ของหินงอกอัคนีย้อย ที่ก่อให้ เกิด รูปร่างต่างๆเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีหินผลิออกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่สวยงาม บางแห่งเป็นซอกหลืบ เมื่อฉายไฟ จะมีประกายระยับระยับ สามารถคิดฝันเป็นรูปต่างๆได้มากมาย เสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่อยู่ตรงที่มีน้ำใส่ไหลเย็นจากในถ้ำไหล ออกมาที่บริเวณหน้าถ้ำ เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปีไม่มีเหือดหาย และไหลมารวมกันเป็นสระน้ำมีปลาน้อยมหาว่ายวนไปมา ทำให้ บรรยากาศสดชื่นและยังร่มรื่น ด้วยพันธุ์ไม้ดึงดูดกำนัลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาหาเที่ยวกันเป็นโควตามากและ ตรงหน้าถ้ำนี้เองเป็นที่ตั้งของ วัดถ้ำเชียงดาว


ถ้ำเชียงดาว


สำหรับเส้นแบบอย่างเดินเพ่งถ้ำมีหลายทางดังต่อไปนี้
- เส้นทางแรก คือ ถ้ำพระนอน เส้นทางนี้ยาว 360 ม.
- เส้นทางที่ 2 คือ ถ้ำแก้ว ถ้ำน้ำ ยาว 734 ม.
- เส้นทางที่ 3 คือ ถ้ำมืด ถ้ำม้า ยาว 735 ม.
สองเส้นทางหลังนี้ไม่มีไฟฟ้า ถ้าควรการเดินชมจะมีคนนำทางและคบเพลิงให้ ภายในแต่ละถ้ำ ต่างประกอบด้วยความงามจากการเสกสรรปั้น แต่งของธรรมชาติ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ของหินงอกหินย้อยที่ก่อให้เกิดรูปร่างต่างๆ มีชื่อเรียกติดตามลักษณะรูปทรง เช่น หินโคมไฟเทวดา หินดอกบัวบาน หินมือยักษ์ หินดอกบัวพันชั้น โดยเฉพาะภายในถ้ำแก้ว เมื่อยามชนแสงสว่างนั้นดูงดเพริศ ตระการตา เพราะจะเห็นเป็นแสงระยิบระยับคล้ายความแวววาวของเพชรเลยทีเดียว


 


การเดินทางไปถ้ำเชียงดาว


1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
ถ้ำเชียงดาวจะอยู่ในอาณาจักรอําเภอเชียงดาว ห่างเคลื่อนตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 77 กิโลเมตร การย่างเท้าทางจากเชียงใหม่ไป ยังอําเภอ ชียงดาวระยะทาง 72 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปจนถึงถ้ำอีก 5 กิโลเมตร ถนนเป็นทางสัญจรราดยางอย่างดี จนถึงบริเวณถ้ำเชียงดาว เมื่อไปถึงหน้าถ้ำจะเห็นบริเวณกว้างขวางสําหรับจอดรถ มีศาลานั่งพักสมองหลังใหญ่ 
2.โดยรถสาธารณะ 
จากกรงุเทพ นั่งรถสายกรุงเทพ-เชียงดาว (ท่าตอน) ไปลงอำเภอเชียงดาว จากนั้นนั่งรถโดยสารต่อไปยังถ้ำเชียงดาว


 

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

“คุ้มขันโตก เชียงใหม่”พะเน้าพะนอมุสลิม เสิร์ฟขันโตก….ฮาลาล

ที่กินเชียงใหม่


นึกถึงร้านอาหารเชียงใหม่ที่เป็นโภชนาพื้นเมืองเสิร์ฟมาใน “ขันโตก”ก็จำเป็นแวะมาที่นี่เลย กับ “คุ้มขันโตก เชียงใหม่” ซึ่งที่นี่บริการอาหารพื้นเมืองที่เสิร์ฟมาในขันโตกให้รับให้กันทุกวันในมื้อเย็นโดยในโตกต่อเรือไปด้วยอาหารเมืองมากโขมายนำโดย “แกงฮังเล” แกงพื้นเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาไปพม่า , นํ้าพริกยอดฮิตของเมืองเหนือ “นํ้าพริกหนุ่ม – นํ้าพริกอ่อง” พร้อมผักเครื่องเคียง, ไก่ทอด, ผัดผัก, แคบหมูและหมี่กรอบ เป็นต้นและนอกจากที่นี่จะบริการอาหารเมืองในขันโตกแล้ว ยังมีการส่อ “นาฎศิลป์ไทย” ให้ชมเป็นขวัญตา เพลินๆในระหว่างรับประทานอาหารกันอีกเนื่องด้วยด้วยว่าอาหารพื้นเมืองในขันโตกของที่นี่



โดยมากโขมักจะเป็นเมนูที่ปรุงจากหมู ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับ “มุสลิม” ทั้งหลาย แต่วันนี้มีข่าวดีมาบอก เมื่อทาง“คุ้มขันโตก” มี “ขันโตกฮาลาล” ที่เหมาะสำหรับมุสลิมให้รับประทานกัน โดยเป็น ขันโตกฮาลาล ที่จัดมุสลิมได้รับประทานกีดกั้นใน คุ้มฮาลาล เป็นฮาลาลที่ถูกหลักศาสนาอิสลาม 100% ได้รับการรับรองจาก “สำนักงานอิสลามจังหวัดเชียงใหม่”ซึ่งโภชนาเมืองฮาลาลในโตกของที่นี่ปรุงโดยพ่อครัวมุสลิมนาม “อามีน” ลูกครึ่งไทย-อินเดียที่มีประสบการณ์ในครัวฮาลาลมาอย่างโชกโชน โดยมีเมนูอร่อยให้รับประทานในขันโตกมากโขมาย ไม่ว่าจะเป็นแกงฮังเลไก่หรือเนื้อ ไก่ทอด นํ้าพริกหนุ่ม-นํ้าพริกอ่องพร้อมผักเครื่องเคียง ฟองเต้าหู้ทอด และอื่นๆอีกมากโขมาย
ที่มุสลิมทั้งหลายจะต้องชอบและไร้กังวล
คุ้มขันโตก เชียงใหม่ 139 หมู่ 4 ตำบลหนองป่าครั่งอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000โทรศัพท์ 0-5330-4121 และ0-5326-0504

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

กาดตีนดอย อีกหนึ่งตลาดก่อนแจ๋ของเชียงใหม่

ท่องเที่ยวเชียงใหม่


กาดตีนดอย หรือชื่อที่ขนานนามกันอย่างเป็นจังหวะการว่า กาดผดุงดอยแดน ยังมีชีวิตอยู่กาดที่มีความเก่าสุกอายุมากกว่า 119 ปี ตั้งอยู่ที่ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด สาเหตุที่ขนานนามกาดนี้ว่ากาดตีนดอยเนื่องจากสถานที่ตั้งของกาดอยู่บริเวณเชิงเขา จึงทำให้ชาวบ้านนิยมเรียกว่ากาดตีนดอย กาดตีนดอยหรือกาดผดุงดอยแดน เริ่มก่อตั้งขึ้น ประมาณเดือนกรกฏาคม ปี 2436 (นับตั้งแต่ที่มาเปิดตรงที่ในปัจจุบัน) โดยท่านขุนผดุงดอยแดนเป็นคนสร้างตั้งขึ้น ท่านได้มาตั้งรกรากอยู่ที่บริเวณนี้



ซึ่งในสมัยก่อนท่านขุนผดุงดอยแดนท่านมีที่มากมายท่านจึงได้แบ่งพื้นที่ให้กับส่วนราชการและชาวบ้านต่างๆ เพื่อให้ต่อเรือเป็นที่อยู่อาศัยและไว้ใช้ในการทำอาชีพต่างๆ แล้วท่านก็ได้ตั้งกาดเล็กๆขึ้นที่โดยเริ่มจากหน้าคฤหาสน์ของท่านเองถิ่นที่ถนนผดุงเจริญราชและเมื่อประเภทบ้านและจำนวนประชาชนในหมู่บ้านโหมโรงเยอะขึ้นท่านก็ได้เริ่มแผ่ขยายกาดออกและได้ทำการย้ายกาดมาเปิดที่พิถีรัฐผดุงเป็นที่ตั้งของกาดในสมัยปัจจุบัน พ่อค้า แม่ค้าในกาด  ที่มีทั้งสัตว์ไทย คนจีน แขก เงี้ยว และอีกหลากหลายหลายเชื้อชาติ


จุดเด่นของกาดตีนดอยที่เที่ยวเชียงใหม่ก็คงจะหนีไม่พ้นลักษณะแคว้นของกาดนั้นเองซึ่งยังมีชีวิตอยู่พื้นที่ที่ลดหลั่นกันลงมาไล่ตามเชิงเขาเป็นข้างขั้นบรรได อยู่ใกล้กับตัวเมืองทำให้เดินทางมาได้สะดวกและยังเป็นทางผ่านจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังจะหวัดเชียงรายอีกด้วย สินค้าในกาดก็จะเป็นสินค้าพื้นบ้าน เป็นกาดที่ยังคงเสน่ษ์ของความเป็นพื้นบ้านไว้อย่างมากเลยที่เดียว เพราะของที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายนั้นซีกใหญ่จะเป็นสิ่งของพื้นคฤหาสน์ ของป่า และสิ่งของต่างๆที่ทำได้หาได้จากท้องถิ่น


วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

แนะหยิบยกที่ยัดจังหวัดเชียงใหม่ ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม

เที่ยวเชียงใหม่


แนะนำที่กินจังหวัดเชียงใหม่ ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม


ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม ชื่อนี้ใครๆก็คงได้ข่าวกันบ่อยๆ 
ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้มอยู่ใกล้ๆกับทางเข้ากองบิน 41 ด้านกาดต้นพยอม ก่อนถึงกองบิน ประเมินค่า สองไตรซอย ทางซ้ายมือจะเห็นป้ายก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม เลี้ยวขวาจากเลยครับ เที่ยงตรงไปซักนิด ถ้าไปช่วงเที่ยงๆ จะมองเห็นรถจอดเยอะๆ นั่นแหละครับ ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม


ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม เป็นก๋วยเตี๋ยว ต้นข้าวซอย ขนมจีน มาม่าข้าวซอย ก๋วยเตี๋ยวข้าวซอย และอาหารเส้นๆทั้งหลาย ในบรรยากาศสบายๆใต้หลังคาบ้าน 
เมนุที่แนะนำ ก็ ข้าวซอยครับ ชอบเส้นข้าวซอยมากแนวจะหนึบๆ หยุบๆ อร่อยมากล่วงพ้นครับ รสชาติเดิมๆอร่อยมากครับ ไม่เผ็ดมากๆ อร่อยๆสบายๆ เหตุด้วยคนที่ไม่ชอบปรุง และเด็กๆ ส่วนเครื่องเคราปรุงนั้นก็มีครบถ้วน สำหรับคนชอบปรุงครับ


แก้วน้ำน้ำที่เป็นเอกลัษณ์ใครยังไม่เคยมองเห็นมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วอย่าลืมแวะไปนะครับส่วนของหวานปิดท้ายนั้นแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน เป็นของหวานหวานรายวัน มีทั้งข้าวเหนียวดำ สาคู และอื่นๆมากมายล่วงพ้นคร้าบบ


โอชาคุ้มค่าครับ ก๋วยเตี๋ยวบ้านคุ้ม


วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

Volcano Ice น้ำแข็งกร้าวใส จังหวัดเชียงใหม่

ท่องเที่ยวเชียงใหม่


Volcano Ice น้ำแข็งใส จังหวัดเชียงใหม่



Volcano Ice เป็นร้านค้าน้ำแข็งใสโฮมเมดหลายรสชาติ เป็นต้นว่าเช่น นมOriginal,สตรอเบอรี่,กล้วย,โยเกิร์ต,นมน้ำผึ้ง,ช็อคโกแลต,ชาเขียว เป็นต้น ราดเพื่อไซรัปสูตรอย่างเดียวของร้านที่คิดสืบค้นขึ้นเพื่อความเกื้อกูลลูกค้าโดยเฉพาะ และยังหลากหลายด้วยท้อปปิ้งที่ให้ทางผู้ซื้อเลือกแต่งหน้าได้เองยอมใจชอบ ภายที่ร้านบรรยากาศสบายๆ ทั้งเป็นกันเอง น่านั่งทำงาน ทำการบ้าน หรือ อ่านหนังสือ มี Wi-fi ให้เล่นฟรีอีกด้วย ใครว่าง ลองไปแวะชิมคลายร้อนหาได้นะคร้าบบ

เป็นร้านน้ำแข็งใสโฮมเมดหลายรสชาติ อาทิเช่น นมOriginal,สตรอเบอรี่,กล้วย,โยเกิร์ต,นมน้ำผึ้ง,ช็อคโกแลต,ชาเขียว เป็นต้น ราดด้วยไซรัปสูตรอย่างเดียวของร้านที่คิดค้นขึ้นเพื่อคุณลูกค้าโดยเฉพาะ และยังหลากแยะด้วยท้อปปิ้งที่ให้ช่องลูกค้าเลือกแต่งหน้าได้เองยอมใจชอบ ภายในร้านบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง น่านั่งทำงานฉลอง ทำการบ้าน หรือ อ่านตำรา มี Wi-fi ให้เล่นฟรีอีกด้วย ใครว่าง ลองไปแวะชิมคลายร้อนได้นะคร้าบบ


7 ถนนราชดำเนิน ซอย 7 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200(ตรงข้ามติวเตอร์พลัส)


โทร : 086-9743206

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

บุฟเฟต์เครื่องกินยุโรป พร้อมทั้ง อาหารอิตาเลี่ยน Buffet lovers เชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่



บุฟเฟต์อาหารยุโรป และ อาหารอิตาเลี่ยน ในราคาสุดคุ้ม เพียง 269 บาท / ต่อท่าน (ยังไม่รวมเครื่องดื่ม) ทุกอย่างทำสดสดร้อนๆ เสริฟกันจานต่อจาน แม่พิมพ์คุณภาพ สั่งได้ไม่อั้น "all you can eat" 

ร้านจัดตั้งขึ้นอยู่ที่ ท้องถนน นิมมานเหมิทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ตรงข้ามร้าน warm up cafe ทางเข้าสดซอย อยู่ระหว่างร้าน Eat me! - Sahara ร้านอยู่ทางวิ่งขวามือ มีที่จอดรถมากมายสะดวกง่าย

รายการอาหารร้าน Buffet Lovers

- ขาหมูเยอรมัน
-สเต็ก หมู เนื้อ ไก่ ปลา(แซลมอน) นีรจรชุบเกล็กขนมปังทอด(ปลาดอลลี่)
-สลัดบาร์ เสร็จ น้ำสลัด 3 แบบ ครีมสลัด เทาร์ซันไอซ์แลนด์ น้ำสลัดใส
-ลาซานญ่า อบใหม่ร้อนๆ ชีสละลาย แบบมินิลาซานญ่า สั่งได้ไม่อั้น 
-หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส
-หอยชิลีผัดเนยอบชีส
-ผักขมอบชีส
-B.B.Q หมู และ ไก่
-สปาเกตตี้ - ไวท์ซอส และ โบลองเนส
-มัดบดเนย นมสด
-มินิพิซซ่า เลือกหน้าได้ตามควรการ อบใหม่ร้อนๆ แผ่นต่อแผ่น
-ซุปข้น และ ซุปใส สลับสับแปรมากมาย
-อาหารว่างปังซอฟโรล
-เฟรนฟราย
- เมนูพิเศษที่แปรแปลงไปเรื่อยๆ แบบวันต่อวัน

อาหารว่างหวาน

-ไอซ์ครีมวอล์ หลากรส
-บาวนี่ช๊อคโก้ฟลัด
-คาสตาส
-ผลไม้
-และอีกหลายนานาเมนูที่เปลี่ยนแปลงจากตามฤดูกาล

เครื่องดื่ม

-น้ำอัดลม 
-น้ำผลไม้ตามฤดูกาล
-น้ำเปล่า
-น้ำแข็ง ฟรี

*** ราคาบุฟเฟต์ไม่รวมเครื่องดื่ม น้ำแข็งฟรี *** 
*** สามารถนำ ไวด์ มาถกในร้านได้ ไม่คิดค่าเปิดขวด ***


 

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

เที่ยวเชียงใหม่ ไหว้วัดพระเอนหนองผึ้ง

เที่ยวเชียงใหม่


วัดพระนอนหนองผึ้ง เชียงใหม่




วัดพระนอนหนองผึ้ง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่ (พระเกศาธาตุอยู่ในพระเจดีย์)

วัดพระนอนหนองผึ้ง แต่ดั้งหัสเดิมเป็นชั่งในสมัยเวียงกุมกาม-เชียงใหม่ หรือโปร่งทีอาจจะมีสภาวะเป็นวัดที่ตั้งเดิมทรงไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่สมัยหริภุญชัย เช่นเดียวกับหลายๆ วัดในเขตเวียงกุมกาม โดยแต่วัดที่พบหลักฐานดึกดำบรรพ์วัตถุพรรณพระพิมพ์แบบต่างๆ ภายในเขตบริเวณวัดนี้ ได้รับการดูแลซ่อมบำรุงเสริมกันเรื่อยมาดังเช่น องค์พระบรมธาตุเจดีย์ และอาคารประกอบระวังล้อมอื่นๆ อันเป็นประโยชน์งานการซ่อมสร้างตราบใดไม่นานมานี้ โดยแต่องค์พระนอนหรือพระพุทธไสยาสน์ ถือเป็นแผนการฐานพระพุทธรูปความจุใหญ่ข้าวของเวียงกุมกาม ที่อุบัติหลักฐานเหลืออยู่เพียงองค์เดียวและเรียกขานกันในท้องถิ่นว่า บรรพชิตนอนป้านปิง อันมีความเพ่งมองโดยชั้นเชิงว่าเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่สร้างขวางยับยั้งลำแม่น้ำปิงใน อดีต (ปิงห่าง-ที่ไหลผ่านมาหน้าวัดทางด้านทิพากรออก ตามแนวถนนต้นยาง) เพื่อระแวดระวังน้ำไหลบ่าเข้ามาท่วมชุมชน

พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระนอนตระพังผึ้ง ตั้งอยู่ระหว่างวิหารพระนอน และอุโบสถ ประเภทเป็นเจดีย์ขนาดเล็กทรงระฆังที่ได้รับการซ่อมปฏิสังขรณ์ตราบใดไม่นานมา นี้ ส่วนฐานเป็นสไตล์เขียงตอนล่าง ทิศเหนือขึ้นมาเป็นชั้นปัทม์ย่อเก็จรองรับส่วนมาลัยเถาแบบย่อเก็จแปลง องค์ระฆังขนาดเล็กค่อนข้างใหญ่ ไม่มีส่วนบัลลังก์ ปล้องไฉนรักษากรวยคว่ำแต่ละปล้องต้องมีขนาดใหญ่ ต่อเหนือขึ้นไปอีกด้วยชั้นบัวกลุ่มแบบพม่า และส่วนปลียอดประดับประดาฉัตรโลหะ

อุโบสถ วัดพระนอนตระพังผึ้ง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาหน้าจั่วมีปีกนก ๒ ข้างสร้างหันหน้าไปทางทิศทิพากรตก ด้านหน้ามีสิงห์ปูนปั้นอยู่ ๑ คู่ ส่วนซุ้มโขงประตูทางเข้าปรากฏลวดลายปูนปั้นในศิลปะพม่า ที่ได้รับการซ่อมแซมบูรณะในระยะเวลาใกล้เคียงกับสิ่งก่อสร้าง ที่มีอิทธิพลพม่าระยะรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นเงินมา ดังราวกับที่พบในสิ่งก่อประกอบต่างๆ ของวัดช้างค้ำ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดศรีบุญเรือง วัดสันป่าเลียง และวัดเสาหิน

วิหาร วัดพระนอนหนองผึ้ง ตั้งห่างออกไปทางก้ำตะวันตกเฉียงเหนือ ประกอบหันหน้าไปทางตะวันออก มีรูปทรงโครงประกอบอิทธิพลศิลปะจากภาคกลาง ที่มีชนิดจั่วหลังคาฐานกว้าง ทำรูปบันไดรูปมกรคายนาคปูนปั้นปิดทองและเขียนสี คล้ายกับที่พบในเขตเมืองเชียงใหม่ทั่วๆไป มีตัวอย่างสวยชวนมองที่เป็นนาคบันไดของวิหารหลวง วัดเจดีย์หลวง (สร้างขึ้นใหม่ในสมัยเจ้าหลวงแก้วนวรัฐ เมื่อราว ๑๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา)

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ที่พักพิง โรงแรม บีทู พรีเมียร์ จังหวัดเชียงใหม่

ท่องเที่ยวเชียงใหม่


โรงแรม บีทู พรีเมียร์ เชียงใหม่ b2 premier chiangmai



 
ข้อมูลโรงแรม - โรงแรม บีทู พรีเมียร์ จังหวัดเชียงใหม่

โรงแรม บีทู พรีเมียร์ เชียงใหม่ บริการห้องพักจำนวน 80 ห้อง พร้อมทั้งระเบียงส่วนตัวที่ทรรศนะมองดูทัศนียภาพอันล้มเลิกงามของชนบทที่ใกล้เคียง และได้รับการขจิตอย่างทันสมัย อีกทั่วนำเสนอภาพวิวของดอยสุเทพ พร้อมทั่วนำเสนอร้านค้าอาหารที่ให้บริการอาหารอรรณพและสเต็กชั้นจอมอีกด้วย นอกจากนี้ ยังกอบด้วยบริการอื่นๆ เช่น บริการนวดแผนไทย รูมเซอร์วิสไม่หยุด 24 ชั่วโมง บริการรับสารภาพส่งระหว่างสนามบิน บริการห้องรวม และบริการแลกปรับเปลี่ยนเงินตรา ยังมีห้องมากกิจกรรมบนตำแหน่งหลังคาตำแหน่งสามารถรองรับแขกได้ 300 คนสำหรับผู้ที่ตั้งแผนจะจัดการงานแต่งงาน ประชุม หรือกิจกรรมอื่นๆที่เป็นประเภทคณะได้อีกด้วย

ห้องพัก - โรงแรม บีทู พรีเมียร์ เชียงใหม่

ห้องพัก บริการห้องพัก ส่วนแบ่ง 80 ห้อง พร้อมทั้งระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของชนบทที่ใกล้ใกล้ชิด อีกทั้งห้องพักภายในโรงแรมได้รับสารภาพการตกแต่งอย่างทันสมัย อีกทั้งนำเสนอภาพวิวของดอยสุเทพ-ปุย แบ่งออกเป็น ห้องซุพีเรีย และห้องสวีท 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ซึ่งห้องสวีทกระภายในห้องออกอย่างไรมาอุปการะมีขนาดโค่งพิเศษ สามารถมองเห็นวิวดอยสุเทพ-ปุย ได้ดังชัดเจน นอกออกจากนี้ห้องพักทุกห้องของโรงแรมยังมีสิ่งของอำนวยความสบายอย่างครบครัน

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องคราว


เครื่องปรับโพยมัน / เครื่องเคราทำน้ำอุ่น / ตู้เสื้อผ้า / โทรทัศน์ / เคเบิ้ล / ตู้เย็น-มินิบาร์ / โทรศัพท์ / ระเบียงส่วนตัว / ภาพยนต์ชมฟรี / เครื่องเล่นดีวีดี / รองเท้าแตะ / เสื้อคลุมอาบน้ำ / ไดร์เป่าผม / เครื่องชงชา กาแฟ / อินเตอร์เนท / ตู้นิรภัย / ห้องครัวขนาดเล็ก

สิ่งอำนวยความสบายภายในโรงแรม

บริการโทรปลุก / บริการนวด - สปา / ที่จอดรถ / ลิฟท์ / บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา / บริการขัดรองเท้า / บริการรถเช่า / เครื่องแฟกซ์ / ห้องประชุมสัมมนา / ห้องอาหาร / คอฟฟี่ชอฟ / โต๊ะสนุกเกอร์ / จักรยาน / ห้องไม่สูบบุหรี่ / ศูนย์ติดต่อธุรกิจ / เครื่องใช้ไม้สอยเครื่องเสีย

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

อุทยานแห่งประเทศดอยสุเทพ-ปุย

เชียงใหม่


อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย




อุทยานแห่ง ชาติดอยสุเทพ-ปุย มีพื้นที่ประมาณ 262.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 163,162.50 ไร่ครอบ คลุมท้องที่อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง พร้อมกับอำเภอเมือง ต่อเรือด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่สูงสลับซับ ซ้อน ดอยที่สำคัญตัวอย่างเช่น ดอยสุเทพ ดอยบวกห้า และดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ทั้งมี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเอ้ทางศาสนา พร้อมกับทางประวัติศาสตร์



การเดินทาง
การเดินข้างไปยังที่ทำการ อุทยานฯ ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามถนนห้วย แก้ว-มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ -สวนสัตว์เชียงใหม่ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ จากนั้นเดินทางต่อเจียรอีกเล็ก น้อยถึงทางแบะขวามือ มีป้ายปริปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย 
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก 

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

อุทยานมีบริการบ้านพักรายละเอียดติดต่อ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักผ่อนด้วยตนเองที่ http://www.dnp.go.th หรืออุทยานณชาติดอยสุเทพ-ปุย โทร. 0 5329 5041, 0 5321 0244


สถานที่น่าใส่ใจในอุทยานฯ


น้ำตกห้วยแก้ว เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ 10 เมตร ปรากฏห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 6 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี รอบๆ บริเวณสวยงามด้วยทิวทัศน์และร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด นอก จากนี้ยังมีที่พักผ่อนนำอาหารการกินไปนั่งรับประทานกันที่ผาเงิบและวังบัวบาน อันหมายความว่าสุสานแห่งความรัก ของสาวบัวเบ่งบานผู้ถือรักเป็นสรณะ


พระ ตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จากวัดพระธาตุดอยสุเทพไปอีกทั้งพระตำหนักฯ ระยะทาง ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นพระวังประทับผันพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2505 ตั้งปรากฏบนดอยบวกห้า สามารถก้าวเดิน ชมโดยรอบตำหนักพร้อมกับบริเวณซึ่งมีแปลงกุหลาบ สวนเฟิร์น และไม้นานาพรรณ โดยปกติแล้วจะเปิด ให้ประชากรเข้าชมเฉพาะทิวากาลศุกร์-อาทิตย์ และวันสะดุดราชการ ทั้งนี้จะต้องเป็นช่วงยามที่พระตีน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มิได้เสด็จผันพระราชฐานไปประทับ ซึ่งปกติจะปิดในช่วงเวลาตั้งแต่โดยประมาณ กลางเดือนธันวาคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามออกจากสำนักงาน ททท.ภาค เหนือเขต 1 (สำนักงานเชียงใหม่) ค่าเข้าชม คนละ 20 บาท ต่างชาติ 50 บาท


หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ดอยปุย บริเวณหมู่บ้านจำหน่ายของที่ทบทวนจำนวนบริบูรณ์ซึ่งมีทั้ง ที่ผลิตภายในกระบวนบ้าน และนำมาจากที่อื่นวางขายสละให้แก่นักท่องเที่ยว  มีพิพิธภัณฑ์ม้ง สวนมาลย์ซึ่งมี บริการถ่ายรูปร่างแต่งชุดชาวเขา บริเวณรอบๆ หมู่บ้านมีทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ ได้  จริงท่องเที่ยวสามารถ ไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะว่าอยู่ใกล้ตัวเมือง โดยใช้เวลาในการเดินข้างจากตัว เมืองประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น  การเดินทาง กระบวนบ้านนี้ตั้งอยู่บนดอยปุย ห่างออกจากพระตำหนักฯ 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดเอียงยางตลอด สามารถเข้าไปเที่ยวด้วยตนเองได้ หรือจะเช่ารถสองแถวจากดอยสุเทพ ขึ้นไปได้ทุกฤดูกาล โดยประมาณคันละ 600-900 บาท ค่าโดยสารต่อคนประมาณ 

ก่อนการเข้าเจียรท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวน่าจะมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติ โดยดูได้จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานณชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และแนะนำนักท่อง เที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติที่มี การกำหนดจำนวนจริงท่องเที่ยวไว้ ให้ติดต่อ สอบคาดคั้นหรือเผื่อไว้การเข้าไปใช้บริการ ผ่านพ้นหน้าก่อนการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติโดยตรง อุทยาน แห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5329 5041 ตลอด 24 ชั่วโมง และ 0 5321 0244 ระหว่าง 08.00-17.00 น.

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

กลุ่มชนวัดเกต เชียงใหม่

Untitled Document


ชุมชนวัดเกต



 
ชุมชนวัดเกต เป็นท้องถิ่นโบราณที่ประดิษฐานอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงก้ำตะวันออก เกิดจากชนหลายเชื้อชาติ ไม่ ว่าจะเป็นชาวจีน ชาวฝรั่ง และชาวพื้นเมือง สามารถดูได้จากรูปแบบของสถาปัตยกรรม ที่ยังหลงเหลือ มาจนมุมถึงในปัจจุบันนี้ มีวัดเกตุการามอยู่ศูนย์กลางระหว่างชุมชน การประดิษฐ์สร้างอาคารที่พักอาศัยเรือน เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง ช่วงหลัง พ.ศ. 2339 หรือหลังการยกขึ้นเมืองเชียงใหม่เป็นประเทศราช ของกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง ก่อนกิจการงานรถไฟจะมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ เป็นชุมชนที่เป็นท่าน้ำสำคัญของการ เดินทางเรือระหว่างกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ) มายังเมืองเชียงใหม่ และเมืองอื่นๆที่อยู่ทางแคบใต้ลงไป ย่านวัดเกตุจึงเริ่มมีความยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆตามความจำ เป็นทางเศรษฐกิจของ เมืองเชียงใหม่ในยุคนั้น
สถานที่ที่รวบรวมกลุ่มหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ของใช้ชุมชนนี้อยู่ที่ พิพิธภัณฑ์วัตเกต ตั้งอยู่ที่วัดเกตการาม สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ คือ สมบัติเดิมของวัด เช่น ช่อฟ้า ใบระกาซึ่งเป็นไม้เลาะสลัก จากอุโบสถเดิม ถ้วยชามฝาจีบ ภาชนะหลาย เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ไขทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น

วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2556

โรงแรม เดอะ อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท สปา แอนด์ สปอร์ต บาร์

Untitled Documentข้อมูลโรงแรม - เดอะ อิมพีเรียล จังหวัด เชียงใหม่ รีสอร์ท สปา แอนด์ สปอร์ต คลับ

ดิ อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท สปา แอนด์ สปอร์ตคลับ โรงแรมตั้งอยู่บน ลานกว้างติดอยู่แม่น้ำปิง ทิวทัศน์จะ สวยที่สุดในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน จนถึงกาลค่ำ คืนที่เงาของพระจันทร์ส่องกระทบกับผิวน้ำ หลีกหนีความพลุกพล่านในเมือง มาแสวงหาความเป็นส่วน ตัวสบายๆ สไตล์รีสอร์ต ด้วยบรรยากาศที่แสนจะร่มรื่น สัมผัสกับ ธรรมชาติเช่นใกล้ชิดได้ที่นี่ เดินทางเพียง 13 กม. จากสนามบินเชียงใหม่ และเพียง 13 กม.จากองค์เมือง ท่านจะได้ต้องกับบรรยากาศที่ยังไม่ ตายธรรมชาติ และพร้อมบริการคุณด้วยความสะดวกครบครัน และอุปกรณ์การออกกำลังตัวมากมาย 

ห้องพัก - เดอะ อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท สปา แอนด์ สปอร์ต คลับ

ให้บริการห้องพำนักทั้งหมด 48 ห้องบนร่างกายอาคาร 3 ชั้น ตัวเลขทั้งสิ้น 48 ห้อง แบ่งออกลูกเป็น 2 แบบดังนี้

1. ห้องซุพีเรีย จำนวน 45 ห้อง ให้บริการรวมหมดแบบเตียงโทนและม้า นั่งคู่ตามตามต้องการของลูกค้า ระเบียงของห้องหันหน้าไปทางสวนของรีสอร์ท ท่านที่มาถึงพักจะ ได้ลูบกับอากาศที่สดชื่นตลอด ทั้งวัน การขจิตภายในห้องคือแบบล้านทุ่งนาเน้นความ หรูหรากับความทสะดวกสบายแก่จัดผู้เข้า พัก

2. ห้องดูเพล็กสวีท จำนวน 3 ห้อง เตียงภายในห้องนอนหมายถึงเตียงใหญ่เท่านั้น เน้นการตกแต่งด้วยเฟอนิเจอร์ไม้ รวมถึงหน้าดินภายในห้องปูด้วยไม้เช่นกัน เพิ่มความหรูหราทันสมัย จุด เด่นอยู่ที่ห้องน้ำซึ่งมีเพียงประตูไม้เล็กๆกันอยู่เท่านั้น ห้อง นี้เข้ากันสำหรับยี่รักฮันนีมูนที่ต้องการ มาหยุดพักผ่อนมากที่สุด

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก

เครื่อง ปรับอากาศ/เสื้อ คลุมท่วมน้ำ/หนังสือพิมพ์ดีดรายวัน/ภาพยนตร์ชมในห้องพัก/โต๊ะ เขียน หนังสือ/เครื่องเป่าผม/อินเทอร์เน็ตไร้สาย/ตู้เซฟในห้องพัก/โทรทัศน์ /อ่างอาบน้ำ/ฝักบัว/ห้องอาบน้ำฝักบัวแยกต่างหาก/มินิบาร์/เครื่องไมโครเวฟ /ระเบียง/ชาน เรือน/โทรทัศน์ (เคเบิล)/เครื่องมือชงกาแฟ/ชา/วิดีโอเกมส์ภายข้าง ในห้องพัก/น้ำร้อนฟรี/ห้องปลอด บุหรี่

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม

บริการ รถรับส่งจาก/ถึงสนามบิน/บริการพี่ฉลองเด็ก/หายธุรกิจ/จักรยานให้เช่า /พนักงานต้อน รับ/รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง/คอฟฟี่ช็อป/บริการซักรีด/ซักแห้ง/ห้องประชุม/ร้านอาหาร/รูมเซอร์วิส /ตู้ นิรภัย/บาร์ริมกว๊านน้ำ/สวน/บริการนวด/สระแหวกว่ายน้ำ (สำหรับ เด็ก)/ห้องฟิตเนส/ซาวน่า/สนามเทนนิส/สระแหวกว่ายน้ำระหว่างกลางแจ้ง

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

ชิ้นงานจารีตเดินขึ้นดอยสุเทพ

 


งานประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพ



 
ประเพณีนี้จะจัดห้ามทุกปี ในคืนก่อนวันวิสาขบูชา เป็นวัฒนธรรมของคนที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ โดย ลูกหลานชาวเชียงใหม่ จะมาร่วมกันไปขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ โดยจะมีขบวนพระภิกษุสงฆ์ และขบวนแห่ของคณะต่างๆ ทั้งตัวแทนหมู่บ้าน บริษัทห้างร้าน องค์กรต่าง ฯลฯ เดินนำรุ่งไป เริ่มเดินกันตั้งแต่ ตอนพี้โพ้ จุดเริ่มต้นคือ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินผ่านหน้าสวนปราณีเชียงใหม่ พร้อมกับผ่าน อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้ สร้างวัดสงฆ์ธาตุดอยสุเทพ เป็นที่สักการะยิ่งเครื่องใช้ชาวเชียงใหม่ ก่อนผ่านไป เราก็ต้องกราบไหว้ครูบาศรีวิชัยกันก่อน และเดินไปตามมารคไปทอดน่อง ตามเถินเขาจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ถึงกระนั้นกว่าจะถึงก็ใช้เวลาจำเนียรพอสมควรเลยทีเดียว

สัณฐานการเดินช่องจะเดินด้วยเท้า ถือเทียน ธูปเทียน เป็นริ้ว ขบวนประกอบด้วย พระสงฆ์เดินนำหน้าสวด มนตร์มนต์ และประชาชนเดินตามหลัง และเดินช่องขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพหลังจากนั้นก็บำเพ็ญศีลวิปัสสนา ทำบุญตักบาตรในเพรางายวันรุ่งรุ่ง แล้วจึงเดินทางกลับ จึงถือ ว่าจัดหามาอานิสงส์แรง หรือได้ทำบุญมากนั่นเอง

มานพที่เดินขึ้นดอยไม่จำกัดอายุ กูจะสังเกตหาได้จากคนแก่เดินถือไม้เท้าค่อยๆ เดินรุ่งไป เด็กวัยรุ่นจับกลุ่มดำเนินหยอกล้อกันไป กลุ่มของเพื่อน พ้อง บางทีก็เป็นกลุ่มใหญ่ บางทีก็เป็นพวกขนาดเล็กๆ บางกลุ่มเหนื่อย นักก็นั่งพักสองข้างทาง ช่วงนี้เขาไม่อนุญาตให้ขับรถขึ้นไป ระยะ ทางเครื่องใช้คนเดินก็ทิ้งกันเป็นช่วงๆ น่าอิจฉาคนที่เป็นคู่รักใหม่ๆ ที่เดินจูงน้ำมือกันขึ้นเดิน ทาง ยิ่งมองแล้วก็ แอบอมยิ้มไม่ได้ บางครั้งเราก็เจอเพื่อนโดยบังเอิญ ความสุขแบบอย่างนี้จะหาได้ จากไหน

ระหว่างทางก็จะมีการแสดงการงดเล่นต่างๆ ที่มีคนนำมาจัด เช่น จุดที่มีการร้องเพลงเหนือ การเล่นกลองสะบัดชัย การเล่นสะล้อ ซอซึง ข้างมรรคตามจุดต่างๆ ก็จะมีคนนำของขึ้นไปขาย ส่วนมากก็ยังมีชีวิตอยู่พวกน้ำดื่ม แก้กระหาย หรือถ้าหิวก็มีของกินขายเหมือนกัน แต่บางจุด เขาก็ไม่ได้ขายน่ะครับ แต่จะเป็นของที่เขานำมาแจกเพื่อร่วมปฏิบัติงานบุญกับเรา มีทั้งข้าว และอัมพุ เป็นของที่องค์กร สถานศึกษา ร้านค้า ห้างร้าน บริษัท หรือ ชาวบ้านนำมาแจกกัน

การเดินขึ้นดอยสุเทพค่อนฝักฝ่ายเหนื่อยแต่ เมื่อเปรียบเทียบกับความสุขที่เราได้รับ แสงพระอาทิตย์ในยามเช้าที่ไม่ได้มีแค่ เราเท่านั้นมันก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง ที่น่าจดจำเหลือเกิน ตอนขึ้นดอยสุเทพเราเดินขึ้นแต่ตอนขาลง เราอาจเดินลงไม่ ไหวจึงอาศัยรถแดงลงมา..หากใครสนใจก็ลองมาเดินรุ่งดอยสุเทพสิ สนุกและได้บุญอีกด้วยนะ

จวนถวาย หมู่จวนหัตถกรรมไม้ถอดสลัก

Untitled Documentบ้านอุทิศถวาย หมู่บ้านหัตถกรรมไม้แกะสลักถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด เชียงใหม่ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวเมืองไทยและชาวต่างประเทศ เป็นแหล่งกำเนิดของงานแกะสลักไม้ในจังหวัดเชียงใหม่ จนผลิตภัณฑ์ไม้แกะแกะสลักได้รับความการตั้งกฎเกณฑ์อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งด้านคุณค่า และคุณภาพของสินค้า     จุด รวมความหลากอเนกของงานหัตถศิลป์ที่โดดเด่น เช่น งานแกะสลักไม้ , งานเดินสาย ? แต่งลาย , งานลงรัก ? ปิดทอง , แอนติค , เครื่องเงิน , เครื่องเขิน , ผ้าทอ , เครื่องจักรเย็บผ้าสาน และเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น





 


กว่าจะมาเป็นบ้านอุทิศถวายหมู่บ้านไม้แกะสลัก


    อดีต ที่ผ่านมา 40 กว่าปี บ้านถวายได้สืบสานงานไม้แกะสลัก จากรุ่นสู่รุ่น จากการก่อกำเนิดขึ้น ของปูชนียบุคคล 3 ท่าน คือ พ่อหนานแดง พันธุสา , พ่อใจมา อิ่นแก้ว และ พ่อเฮือน พันธุศาสตร์ ที่ได้เดินทางไปทำการงาน และเรียนแกะสลักไม้ที่ร้านน้อมศิลป์ บ้าน วัวลาย ประตูเชียงใหม่ เมื่อ พ . ศ . 2500 ? 2505 และได้นำมาแพร่ระบาดหลายในกองบ้านถวาย จนกลับกลายเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมไม้แกะสลักที่มีฝีมือ และมีชื่อเสียง เป็นแห่งหนรู้จักของชาวไทยพร้อมด้วยชาวต่างด้าว


 




หัตถศิลป์ที่ขึ้นชื่อของบ้านถวาย





















     ?งานแกะสลักไม้ : ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของบ้านถวาย และจังหวัดเชียงใหม่
     ?งานเทคนิคสีเนื้อไม้ : ยังมีชีวิตอยู่งานที่โชว์ให้พบถึงกรณีสวยงามของเนื้อไม้ตามธรรมชาติ
     ?งานเทคนิคถูแตกลายงา : เป็นงานที่ตั้งใจให้สีอุบัติการแตกแยกตัว เพื่อให้พิศคล้ายของเก่า ? โบราณ
     ?งานแอนติค : เป็นงานที่แปลงขึ้น โดยชำระคืนเทคนิคสีต่าง ๆ ทำเลียนแบบของเก่า ? โบราณ


ใครที่สนใจอยากหาเฟอร์นิเจอร์หัตกรรมแห่งหนมีคุณประโยชน์สักอัน เชิญแวะไปแห่งหนบ้านอุทิศถวาย คุณจะเจอกับ  ของประดับประดาตกแต่ง ตุ๊กตาทราย ศิลปะและของเก่า จักสาน ไม้ไผ่พร้อมด้วยหวาย ทองเหลือง เทียน เซรามิค ตุ๊กตา เฟอร์นิเจอร์ เพชรพลอย เครื่องเขิน โคมไฟ ผลิตภัณฑ์จากไม้มะม่วง หุ่นจำลอง ภาพเขียน เครื่องปั้นดินไหม้ หินทรายปูนปั้น ผลิตภัณฑ์จากขี้เลื่อย ประติมากรรม สิ่งทอ งานแกะสลักสลักไม้ โซนช็อพปิ้งพของสินค้า 

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

อุทยานแห่งประเทศห้วยน้ำเหมือน

 



 


อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  ตั้งอยู่บนบานเทือกเขาเส้นทางธงชัย มีพื้นที่ครอบคลุมธำรงในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั่วหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโล หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย  ฤดูหนาวอากาศสายัณห์ ลมแรง มีฝนตกมากในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศสายัณห์สบาย อุณหภูมิโด่งสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส 

สถานที่ที่มีผู้นิยมมาท่องเที่ยว ได้แก่

จุดชมวิวบริเวณสายธารน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง อยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน เป็นสิ่งกลมๆชมวิวที่สวยงามและมีนามเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว คอยชมพระสุริยาขึ้นและชมอรรณพหมอกในตอนเช้าตรู่ได้  และในช่วงปลายฤดูหนาวดอกไม้ศักดิ์เบ่งบานสวยงดงามมาก

หมอกที่เกิดที่นี่คือ เมฆหมอกที่เกิดขึ้นในหุบเขา (Radiation Fog) เนื่องจากเวลากลางคืนในหุบเขาอุณหภูมิจะลดต่ำลง ทำแจกเกิดการกลั่นตัวเป็นละอองน้ำ และปรากฏเป็นอรรณพเมฆหมอกในเวลาเช้าเหรอหลังฝนตก 

ใกล้ ๆ กับที่ดำเนินการการจะมี เส้นเส้นทางศึกษาเทพนิรมิตเอื้องเงินตรา มีระยะทาง 1,470 เมตร กระแสความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการเดินโดยประมาณ 1 ชั่วโมง

การเดินเส้นทาง ไปยังอุทยานฯ จากอวัยวะเมืองเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ระยะเส้นทางประมาณ 37 กิโลเมตร ถึงตลาดแม่มาลัย อ.แม่แตง แล้วเลี้ยวพามไปตามทางหลวงใบแจ้งเลข 1095 สายเชียงใหม่-ปาย อีกประมาณ 65 กิโลเมตร ถึงกำแพงตรวจอุทยานฯ ซึ่งอยู่ด้านขวามือเข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ และหากเดินหนทางต่อไปอีก 1 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  หรือเดินทางโดยรถบ่อยๆทางจากสถานีขนส่งเชียงใหม่ สายเชียงใหม่-ปาย อัตราค่าโดยสาร 40 บาท/คน ใช้เวลาเดินเส้นทางโดยประมาณ 3 ชั่วโมง

ห้วยน้ำรู หรือ ดอยสามหมื่น ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว  มีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ ทัศนียภาพต้องตาต้องใจงาม และชมการปลูกกาแฟและไม้ผลเมืองหนาว 

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้ถนนสายเชียงใหม่-ห้วยน้ำดัง และเลยเข้าไปทางห้วยน้ำดังอีก 20 กิโลเมตร ทางยังไม่ลาดยางใช้ได้เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น ใช้เวลาเดินหนทางประมาณ 4 ชั่วโมง มีบ้านพักแต่ต้องจองล่วงหน้าวิธน้อย 2 เดือน ที่ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ บางเขน  กรุงเทพฯ โทร. 0 2579 7586-7

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องจำเที่ยวอื่น ๆ ที่ธำรงในเขตอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกห้วยน้ำดัง พองน้ำร้อนท่าปาย  น้ำตกแม่สายัณห์

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานณชาติห้วยน้ำดัง สัตว์ไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ที่พักกับสิ่งอำนวยกระแสความสะดวก  อุทยานฯมีบ้านพักอาศัยบริการ รวมทั้งสถานที่กางเต็นท์ ร้านภักษา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดสื่อสาร อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง หมู่ที่ 5 ตำบลกี๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทร. 0 5326 3910, 0 5354 8491, 0 5347 1669 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติจะทำการปิดลานกางเต็นท์ที่ 1-5 บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เส้นทางเดินป่าล่องแพน้ำแม่แตง เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยช้าง และเส้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอื้องเงิน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายนของทุกปี

ก่อนการเข้ามาไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานณชาติ นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ โดยดูได้จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช www.dnp.go.th  และแนะนำนักท่องเที่ยวที่มุ่งมาดจะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติที่มี การจดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ ให้สื่อสารสอบปุจฉาหรือสำรองการเข้าไปใช้บริการ ล่วงหน้าก่อนการเดินทางที่อุทยานแห่งชาติเพราะว่าตรงได้ที่ อุทยานณชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5326 3910 ตลอด 24 ชั่วโมง และ 0 5324 8491 ระหว่าง 08.00-17.00 น.

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

ชั่งพระแร่ธาตุดอยเกิ้ง

วัดพระธาตุดอยเกิ้ง
 
วัดพระธาตุดอยเกิ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลท่าเดื่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ห่างพลัดพรากที่ว่าการอำเภอดอยเต่าประมาณ 60 กิโลเมตร พระเจดีย์จุพระบรมธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) ตามพระประวัติกล่าวว่าเมื่อ พ.ศ.1200-1260 พระนางจามเทวีกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญไชยได้ทำการบูรณะ แด่มา พ.ศ. 2462 ครูบาศรีวิชัยเป็นประธานในการบูรณะปฏิสังขรณ์ ในวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆะบูชา จะมีพิธีรีตองสรงน้ำพระธาตุ ทุกปี

วัดพระธาตุดอยเกิ้ง

วัดพระธาตุดอยเกิ้ง
 
วัดพระธาตุดอยเกิ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลท่าเดื่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ห่างละที่ว่าการอำเภอดอยเต่าประมาณ 60 กิโลเมตร พระเจดีย์จุพระบรมธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) ตามพระราชประวัติกล่าวว่าเมื่อ พ.ศ.1200-1260 พระภิกษุนางจามเทวีกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญไชยได้ทำการบูรณะ ประสานรอยมา พ.ศ. 2462 ครูบาศรีวิชัยเป็นประธานในการบูรณะปฏิสังขรณ์ ในวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆะบูชา จะมีแบบแผนสรงน้ำพระธาตุ ทุกปี

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

เรื่องของใช้ใจ ไม่ใช่ จักรยาน

กิจธุระราวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 จากเรื่องตั้งใจของฝาแฝดพี่น้องคู่หนึ่ง โกหนุ่ม และ เสืออ้น จากการที่ เสืออ้นซื้อจักรยานมาเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว สมัยนั้น จักรยานเสือหมอบ คน ไทยมองหาน้อยคนนักเขตจะขี่ ด้วยกระแสความที่เสืออ้นชื่นชอบ กีฬาแบบมาราธอน จึงเกิดความคิดว่า อยากขี่เสือหมอบคันนี้ ไปให้ ถึงเชียงใหม่ สักครั้ง กลับนั่นก็ เป็นแค่ความตั้งใจ ที่ไม่ได้สนองมัน กาลเวลาได้ล่วงล่วงเลยมากว่ายี่สิบปี เสืออ้นมีครอบครัว และมีลูก จนตรอกเรียกได้ว่าโรแล้วไปมีงานการที่ ดี แล้ววันนึง เสือหนุ่ม น้องชายตัวแสบที่ชอบหากิจกรรมประเภท X-tream มาเล่น จบวันนั้น เองเสือหนุ่มก็เอาจักรยาน คันซ้ำที่เพิ่งซื้อมาขี่แนวท่องเที่ยว กระโดด ขึ้นลงฟุตเท้าเล่นบ้าง มาโชว์ให้พี่ชายดู แล้วก็ ชวนให้พี่บุรุษคือ เสืออ้นลองขี่  จากนั้น...เสืออ้นกล่าวว่า "ถ้าข้าจะ ขี่ ข้าไม่ขี่แค่ใกล้ๆ นะ นี่เลย กทม.-เชียงใหม่เป็นไงล่ะ".... อุ้ยยย...งานเข้าแล้วเรา เล่นเชียงใหม่เลยเหรอ....ด้วยความที่กลัวเสียหน้า เลยรีบวิสัชนาไปว่า "กลัวที่ไหนวะ... ฮ่าๆ" ( ตอบด้วยเสียงสั่น) หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มวางโครงการว่า จะทำยังไงดีกับรถเสือหมอบคันนี้ ให้ไปถึงเชียงใหม่ได้ เพราะมันถูกจอดเก็มานานกว่ายี่สิบปี โดยที่ไม่ค่อยได้ไป แตะหัวมันเลย การสืบเสาะหาร้านซ่อมเสือ หมอบลำดับชั้นประเทศเริ่มขึ้น โดยเสือหนุ่ม รีบไปตั้ง กระทู้ถามในเว็บจักรยานทันที www.thaimtb.com และแล้วก็มีผู้ใจดีมาตอบ ว่าพูด ถึงเสือหมอบ ต้องโกเหลียงเลยครับ พร้อมทั้งให้เลขหมายโทรติดต่อมาเสร็จ ต้องขอขอบลื้อพี่ๆ ที่ใจดีทั้งหลายที่ให้ คำแนะนำนะครับ ผมและพี่ชายร่านจัดการนำรถไปหาโกเหลียงพลัน เมื่อไปถึง โกเหลียงก็ทักด้วยรอยยิ้มที่ยินดี แต่พอถามว่า ไหนล่ะจักรยานที่ จะเอามาให้ดู เสืออ้นรีบไปเอาลงมาจากรถให้ดู โกเหลียงถึงกับอึ้ง แล้วก็พูดว่า นี่เอามาๆๆๆๆๆ... เอ่อ.....งง อ่ะดิ ในใจผมก็นึงว่า แมร่งโค ต ร เก่าเลยใช่มั้ย... ในที่สุดโกเหลียงแนะนำว่า "ทำคันนี้ไม่คุ้มหรอก ควักกระเป๋าใหม่ดีกว่า" คันนี้ใช้ทำขี่เล่นได้ แต่จะขี่จริงจัง ไปไกลถึงเชียงใหม่คงลำบาก ในใจผมตอนนั้นก็คิดว่าเออ...มันก็จริงอย่างที่โกเหลียงบอก แต่ การสนทนาปราศรัยในวันนั้นก็จบลงที่ไม่ได้ทำเสือหมอบคัน นี้ แล้วฉันก็ไปเดินชม SHOP ของโกเหลียง มันช่า งอลังโอกาสอะไรอย่างนี้เนี่ย จักรยาน แต่ละคัน ราคาเหยียบแสน โอ้ว..... แล้วหลังละนั้น เราสองพี่น้องก็กลับบ้านด้วยความผิดหวัง ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่า พี่ชายผมเค้ารู้สึกยังไง แล้วเตรียมวางแผนยังไงต่อ ที่จะขี่จักรยานไปถวายถึงเชียงใหม่ ใช่ไหมจะไม่ขี่แล้ว...งั้นหรือ ? ไม่ได้การล่ะ ระหว่างนั่งรถกระบะทวนกลับบ้าน ผมก็คุยกับพี่ ชายชายมาเรื่อยๆ จนข้าเจ้าเกิดเรื่องรู้สึกขึ้นมาติ่งหนึ่งว่า ผมน่าจะทำจักรยานคันนี้ถวายมันกลับมามีชีวิตชีวาได้ และพร้อมที่จะขี่ไปเชียงใหม่ได้นะ เออ....เอาก็เอาวะ เลยบอกพี่ริมไปว่า ถ้าโกเหลียงไม่รับทำ เดี๋ยวโกหนุ่มรับทำเอง...ม๊ะ นั่นเป็นที่ มาสิ่งคำว่า โกหนุ่ม ซึ่ง ถูกอื้นโดยพี่ชายผมเองฮ่าๆๆ หลังจากวันนั้นดิฉันก็เริ่มดำเนินการขั้นต่อไปคือ ลื้อทุกแบบของเสือหมอบออกมาให้หมด ขัดสนิมออกให้หมด แล้วก็ทำการพ่นสีใหม่ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่าที่จำเป็น บางส่วนเช่นล้อลูกปืนจุดหมุนต่างๆ เรียกว่า แกะออกมาทุกชิ้น ทำ ความสะอาดจารบีโทรมออก แล้วอัดจารบีใหม่ทุกส่วน เรียกว่าลื่นหัวแตกกันเที่ยวไปเลยดีกว่า แล้วก็ถึงเวลามาสร้าง ในที่สุดก็ได้เป็นคันใหม่สีสวยสด ใส แล้วก็นำไปส่งมอบให้พี่ชายด้วยความเซอร์ไพรส์ ด้วยค่าเพียง 2,550 บาท ตรงกับปี พ.ศ. ที่ทำการซ่อมบำเรอเลย หลังจากนั้นพี่ริมผมก็เอาจักรยานคู่ใจคันนี้ไปหาที่ปั่นทดลอง เช่น ที่เขาใหญ่ ดอยอิน ทนนท์ อะไรราวๆนี้ แล้วต่อมาไม่นาน หมายลิขิตการ การเดินทาง ทริปกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก็ถูก กำหนดรุ่งมาโดยนักวางแบบอย่างระดับประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่าจอมวางแผนในครอบ ครัวเรา คือเสืออ้นนั่นเอง การเดินทางใช้เวลา ทั้งสิ้นสุด 5 วันในการปั่นทิวาแรกออกจาก หน้าที่พักที่ลาดพร้าว แล้วไปจบทริปวันแรกที่ จ.สิงห์บุรี วันที่สองออก จากสิงห์บุรีไปยัง อ.สลกบาตร จ.นครสวรรค์ 

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดอยพัสตร์ห่มปก คดีสูงที่ไม่มีวันเลอะเลือน

Untitled Document


ก่อนสิ้นปี หนุ่มสาวสำนักงานหลายคนคงนั่งมองกลางวันลาพักร้อนกันตาปริบๆ ว่าจะออกร่อนเร่รวนแรมไปยังถิ่นฐานไหนดี ซึ่งทางทีมงานพิธีอีแมกกาซีนก็มีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ แบบการหนีขึ้นดอยไปเขตไกลที่จะช่วยสร้างอีกหนึ่งประสบการณ์ให้นักเดินทางได้จดจำไม่รู้เลอะเลือน ในการออกสู่มนุษยโลกกว้างครั้งนี้ ทีมงานพิธีเลือกที่จะไปเหยีบจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดมุ่งหมายปลายทางอย่าง "ดอยผ้าห่มปก" ที่ถูกจัดเตือนมีความดำเกิงเป็นอันดับ 2 ของแว่นแคว้นรองจากดอยอินทนนท์ และเพื่อให้ได้อรรถรสในการท่องเที่ยวแบบครบถ้วนสูตร เราจึงร่ำขอมุ่งหน้าไปยังเชียงใหม่ด้วยรถไฟ ปู้น ปู้นนน โดยเริ่มสตาร์ทขบวนเกียดกันที่หัวลำโพงในฤกษ์เย็น



บรรยากาศของตู้นอนชั้น 1 ด่วนพิเศษ ยังคงไว้เป็นเช่นเดิม ที่บรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบ้านเมืองมักจะนิยมใช้กันแบบแพร่หลาย จนเพียงจะพูดได้เลยว่า มีมากกว่าชาวไทยเสียซะอีก นั่นเพราะฝรั่งมังค่าเขากล่าวว่า การเดินทางด้วยรถไฟให้ทั้งความปลอดภัยและตวามสะดวกสบาย ซึ่งไฮไลท์เด็ดสิ่งของการใช้บริการรถไฟไทยคงหนีไม่พ้นความคึกคักของตู้สเบียงที่แม้ว่าราคาข้าวของเครื่องดื่มจะแพงหูฉีกไปสักนิด แต่ด้วยเสียงเพลงเพลินๆ ลมเย็นๆ และข้อคดีเป็นมิตรของมิตรสหายร่วมเดินทางกลับดำเนินงานให้นี่คือพาหนะที่หลายคนต้องยกนิ้วให้ ระยะเวลาในการเดินทางเพราะว่าหัวรถจักรเย็บผ้าจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่นับรวมๆ แล้วก็ราว 12 ชั่วโมง โดยรุ่งอรุณของอีกวันใหม่ คุณยังจะได้ประจวบถ้ำขุนตาล ซึ่งขอการันตรีเลยว่าน่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อย แม้จะไม่เห็นวิวทิวทัศน์เท่านั้นความมืดและเสียงที่อื้ออึงมากขึ้นคือมนต์สเน่ห์ของการลอดถ้ำแห่งนี้


 


หลังจากนั่ง นอน ดื่ม ด่ำเกียดกันมาครึ่งวันเต็มๆ ในที่สุดก็ถึงสถานนเชียงใหม่ ซึ่งคับคั่งไปด้วยสองแถวแดงน้อยใหญ่กับบรรดาสิงห์นักขับที่คลอดมาแร้งทึ้งชุดนักท่องเที่ยวให้รุ่งโรจน์รถของตนเพื่อไปยังที่หมาย สำหรับการจะไปดอยผ้าห่มปรก สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือพาตัวเองให้ไปถึงอู่รถช้างเผือก ซึ่งจะมีทั้งรถสองขบวนและรถบัสสีส้มขับสร้างผ่านไปถึงอำเภอฝางด้วยเวลาราวๆ 2 ชั่วโงครึ่ง จากนั้นจึงโบกรถไปตามภาวะให้ถึงอุทยานแห่งชาติบ้านเมืองดอยผ้าห่มปก แต่เนื่องด้วยอานิสงค์ไปการเป็นผู้สอนอาสาในครั้งก่อน งานนี้พวกงานอีแมกกาซีนจึงโดดลงจากสองขบวนแดงราคาหัวละ 70 บาท จากท่ารถมาตังค์เผือกลงมาแหมะอยู่ที่ว่าการอำเภอไชยปราการแล้วจึงขึ้นกระบะคันโก้ของครูดอยลัดเลาะเส้นทางไปจนถึงอุทยานแห่งชาติดอยแพรพรรณห่มปก ซึ่งในจุดแรกนี้จะมีลานกางเต็นท์บ่อนน้ำร้อนฝาง ซึ่งถ้ามาเกียดกันไม่ทันบ่าย 3 โมง ก็อาจต้องนอนค้างที่จุดนี้กันสักคืน เพราะรถโฟร์วิลล์จะไม่สามรถขึ้นบนดอยหลังจาก 3 โมงเย็นเที่ยวไปแล้ว ดังนั้น ในคืนแรกพวกเราจึงจองเต็นท์บริเวณลานน้ำพุร้อนเพื่อของอิงไออุ่นสยบความหนาว


 


ณ ลานบ่อน้ำพุร้อน จะมีทั้งหล่มน้ำร้อนและบ่อน้ำร้อนกระจัดกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งอาจต้องใช้ข้อคดีระมัดระวังกันสักนิดในการเดินชมธรรมชาติ และในขณะที่ทีมงานกำลังหันซ้ายแลขวาเพื่อเตรียมตัวเช็คอินจองเต็นท์ เสียงดังฟู่......อันกึกก้องก็สร้างความประหลาดใจประทานกับนักท่องเที่ยวจนต้องวิ่งคลอดจากสำนักงานแดนทำการ และนั่นคือเสียงของน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นจากใต้พื้นพิภพ ซึ่งเจ้าการงานกล่าวว่าจะเป็นเช่นนี้ทุก 30 นาที และจะยาวนานถึง 13 นาที กันเลยดีเดียว เมื่อได้ที่ซุกหัวนอนในค่ำคืนแรกด้วยเงินเพียง 250 บาท กันแล้ว ก็ถึงเวลาออกตระเวนไปชำระร่างกาย ซึ่งช่วงที่ทีมงานได้ออกไปเก็บเกี่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในที่นี้ตรงกับฤดูหนาว การจะนำร่างไปแช่น้ำอุ่นจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดระยะก่อนหัวค่ำ เมื่อเก็บข้าวเก็บของและรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมกับสรรพ เครื่องนุ่งห่มและอุปกรณ์อาบน้ำก็ถูกเหน็บไว้ข้างตัวเป็นอย่างดี ทีนี้ก็ถึงฤกษ์ที่จะสาวเท้าให้ว่องเพื่อไปยังบ่อแช่น้ำร้อน ซึ่งพวกเรากลับต้องพบความผิดหวังที่ห้องอาบน้ำอุ่นๆ นั้นปิดก่อนเวลา 1 ทุ่ม นั่นเพราะเจ้าหน้าที่ซ่อนเร้นเก็บสัมภาระตระเตรียมกลับบ้านกันจนหมด ดังนั้น น้ำเย็นเจี๊ยบจึงเป็นทางออกเสียงสุดท้ายที่ต้องยอมจำใจอย่างไรข้อกังขา

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

แวะชม “ชุมชนเมืองสาตรหลวง” แหล่งผลิตโคมไฟขึ้นนามาข้าวของเครื่องใช้เชียงใหม่

Untitled Document


โคมล้านนาล้นรูปแบบ ทั้งโคมล่องเรือ โคมไฟ ที่ถูกนำ มารจิตประดาตาม วัดวาอารามและท้องถนนในคราววันสำคัญต่างๆใน จังหวัด เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวันลอยกระทง วันขึ้นปีใหม่ คงคุ้นตาของนักท่องเที่ยวแทบ ทุกนรชาติ ทั้งอีกทั้งเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นอย่างหนึ่งของเชียงใหม่



 หลายคนคงไม่รู้ว่า โคมพางทั้งหมด ที่ดิฉันเห็นนั้น ถูกผลิตขึ้นมาจากชุมชนเล็กๆแห่ง หนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่นั่นคือ"ชุมชนเมืองสาตรหลวง" ต.หนองหอย อ.เมือง เชียงใหม่ ซึ่งในสมัยปัจจุบันถือเป็นแหล่งผลิตโคมที่มีชื่อสำเนียงที่สุด ของภาคทิศอุดร และอีกทั้งมีการเกิดโคม เพื่อส่งไปจำหน่ายยังต่างแคว้นอีกด้วย สิ่งแต่แรกที่เราจะได้เห็น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไปในชุมชนมืองสาตรหลวง คือภาพข้าวของเครื่อง ใช้โคมล้านนาหลากสีสันที่แขวนอยู่ตามรั้วบ้านแทบทุกบ้าน ในที่โล่งแจ้ง และเมื่อแลผ่านรั้วบ้านเข้าไป ก็ จะเผชิญหญิงสาวทั้งสูงวัยและบอบบางวัย นั่งอยู่ บนพื้นบ้านไม้ กำลังบรรจงรังสรรค์โคมรูปแบบต่างๆ


 


โดยในปัจจุบัน ชุมชน แห่งนี้ได้มีการรวมปึกกันเป็น "กลุ่ม ทำโคมระย้าล้านนาเมืองสาตร จังหวัดเชียงใหม่" โดยผลิตดวงประทีปทั้งรูปแบบดั้งเดิม และโคมประยุกตร์ที่ทำเป็นรูปสัตว์ สิ่งของต่างๆ ซึ่งมีทั้งวางซื้อขายโดยแน่เทียว และผลิตตามเรื่องต้องการของลูกค้ารวมหมดใน ประเทศพร้อมทั้งต่างประเทศ บ้าน ที่กะเกณฑ์เป็นต้นด้านในการ ผลิตโคมระย้าของ ชุมชนธานีสาตรหลวงแห่งนี้ คือ บ้านของแม่บัวไหล คณะความ ฉลาด ซึ่งคือผู้ริเริ่มการผลิตโคม และคิดค้น การทำโคมระย้ารูปแบบ ใหม่ๆรุ่งโรจน์มาจนกระทั่งมีชื่อเสียง และได้สอนวิธีการทำโคมให้กับชาวจวนในละแวกชุมชน จนทำให้ในปัจจุบัน ชุมชนธานีสาตรหลวง กลายคือชุมชนเด่นให้การผลิตโคมในที่สุด


 


ปัจจุบัน แม่บัวไหลในวัยกว่าเจ็ดสิบปี ยังดำรงอยู่ทำโคมอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังรับหน้าที่ เป็นผู้บรรยายในงานต่างๆที่ได้รับชี้ชวนทั้งในประเทศ และต่างรัฐ เช่นญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และฝรั่งเศส และยังเปิดบ้านเพื่อสอนวิธีการทำโคมให้กับผู้สนใจที่แวะเวียนเข้ามายังชุมชนแห่งนี้อีก ด้วย สำหรับคนที่สนใจในเอกลักษณ์และขนบธรรมเนียมของชาว เชียงใหม่ สมมติได้ลองแวะหมุน เวียนมาที่ชุมชนเมืองสาตรหลวงแห่งนี้


นอกลูกจากจะได้ เรียนรู้แบบการทำโคม แบบไม่ยุ่งยาก พร้อมกับหาได้โคมสวยๆติดตัว ไม้ติดมือ กลับที่อยู่ไปแล้ว ยังถือว่าได้ร่วมสืบสาวราวเรื่องสานงานฝีมือที่ เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ที่ทางในปัจจุบันเหลือผู้ที่ผลิตอย่างจริงๆ จังๆเพียงไม่กี่คน และอาจจะถูกเลอะเลือนเลือนไป ตามโอกาสเวลาในอีกไม่นาน

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ประจัญภัยเหิรท้องฟ้าไปกับ Flight of the Gibbon ข้างในป่าดึกดื่นดำตะวันออก

Untitled Document


ไฟล์ท ออฟ เดอะ กิบบอน "สุดที่ สุดการผจญภัยเหิรเวหาแห่งศตวรรษที่ 21" เที่ยวบินกลางป่า ฝนเขตร้อนที่จะทำแยกออกอะดรีนารินข้าวของคุณพุ่ง กระฉูด


 



2 สาขา: หมู่บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่, สวนปราณีเปิด เขาเขียว จ.ชลบุรี



ท้าทายโหนสลิง ผจญภัยเหิรท้อง ฟ้าระดับเมาลีไม้ไปกับไฟล์ท ออฟ เดอะ กิบบอน เสียวไส้เสียว ตื่นเต้น กระตุ้นใจ สนุก สนานไปกับสถานีต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในป่าดึกดำบรรพ์อายุกว่า 1,500 ปีที่สวยเพริศและมีคาถาอาคมขลัง ความเกื้อกูลจะ ได้จังหวะประสบการณ์ใหม่ ๆ โดย เน้นเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก ต่อสู้ภัยสุดมันส์ไปกับเที่ยวเตร่บินเหินเวหา ชื่นชม ความมโนหรงาม ของป่าไม้จากวิวมุมสูง ไฟล์ทออฟเดอะกิบบอน™ ทัวร์โหนสลิงระดับเมาลีไม้ ที่มิเหมือน ใครเรียบร้อยจะพาคุณทะยานผ่านป่าฝนเขตร้อนซึ่งมีกรณีเก่าแก่กว่า 1,500 ปี ทิวภาพที่พิเศษกว่าใครๆ สะพานล่องไปฟ้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสถานีที่มีเชื่อมกันกว่า 3.5 กิโลเมตร ข้ามแมก ไม้ต่างๆพันธ์ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง หลังจากนั้น ลิ้มรสอาหารกลางวันแสนอร่อยพร้อมด้วยเดินซอยไปชมความสวยฉูด ฉาดของน้ำตกแม่กำปอง/สวนสัตว์เปิดเขาเขียว



สิ่งที่คุณจะได้รับ
ทัวร์โหนสลิงระดับยอดต้นในพงพีฝนเขตร้อนระยะทางกว่า 3.5 กิโลเมตร
อาหารกลางวันหรือเย็น
ทัวร์ชมน้ำตกมาตากำปอง/สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
บริการรถปรับอากาศชั้น 1 รับ-ส่งจากตัวเมืองเชียงใหม่/พัทยา หรือจุดนัดพบในกทม.
ระบบดูแลความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง
ไกด์ผู้เชี่ยวชาญและเป็นกันเองดูแลตลอดทริป



ความปลอดภัยของคุณสดอันดับแรก ที่กูให้กระแสความสำคัญ
ที่ทัวร์ไฟล์ทออฟเดอะกิบบอนเราเป็นทัวร์ผจญภัยท่ามกลางป่า ฝนเขตพื้นที่ร้อนเพียงรายโดดที่ได้รับการออกแบบก่อสร้างสร้างจากวิศวกรจาก ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการสร้างสิ่งก่อสร้าง ตามธรรมชาติ ทางเรามีกรณีระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุเป็นเหล่าดี และเรายังไม่เคยชินมีประวัติเรื่องอุบัติเหตุ



ที่นี่คุณจะได้พบธรรมชาติที่เก๋งาม ความตื่นเต้น สนุกสนาน พร้อมทั้ง “Sky Rangers” ที่จะดูแลคุณตลอดทริปเหิรเวหา สุดยอด การต่อสู้ภัยสำหรับทุกเพศทุกวัย ( อายุระหว่าง 5 – 75 ปี ) ทุกคนสามารถรื้นเริงไปกับกิจกรรมนี้ได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัย พร้อมสัมผัสความตื่นเต้นเหนือจินตนาการที่ คุณคาดไม่ถึง!



 


ตัวอย่างรายละเอียดการเดินดุ่มทางผจญภัยในป่าของคุณ:
รับที่จุดนัดพบ โรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่ /พัทยา หรือจุดนัดพบในกทม. 
เดินทางมาถึง ออฟฟิศ ไฟลท์ออฟเดอะกิบบอน / ลงทะเบียน 
สวมอุปกรณ์ ป้องกัน ต่างๆ / เดินทางสู่จุดเริ่มต้น / แนะนำเรื่องความปลอดภัย 
เริ่มต้นการผจญภัย, สนุกสุดขว้างปากับฐานบนต้นไม้ 39 สถานี 
จบการผจญภัย / รับประทานอาหารกลางวัน 
ชมความสวยงามข้าวของน้ำตกแม่กำ ปอง/สวนสัตว์เปิดเขาเขียว 
จบทัวร์ / เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ 
ถึงตัวเมืองเชียงใหม่/พัทยา หรือจุดนัดพบในกทม.
(อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเวลาออกเดินทาง)
เวลาในการทำกิจกรรม : ประมาณ 7 ชั่วโมง



เตรียมตัวก่อนเริ่มผจญภัย :
เราแนะนำให้ท่านสวมเสื้อพัสตร์รัดกุม รองเท้ากีฬา และไม่แนะนำให้นุ่งเครื่องประดับ เพราะอาจเกิดการสูญหายขณะทำกิจกรรมได้ และที่ สำคัญอย่าลืม! พกกล้องถ่ายรูปเพื่อซ่อนภาพประทับ ใจระหว่างเที่ยวโบยบิน สำหรับเป้สะพาย แว่นกันแดดหรือ สัมภาระอื่น ๆทางเรามี ล็อคเกอร์เกี่ยวกับให้บริการ ท่าน เก็บสิ่งข้าวของต่าง ๆ ได้ ก่อนริเริ่มผจญภัยไปกับ เรา



สาขาเชียงใหม่ 
ความมหัศจรรย์ของปึกบ้านแม่กำปอง 

แม่กำปอง หมู่บ้านอนุรักษ์ตีนนิเวศที่ล้อมล้อมไปด้วยภูเขา และธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่บน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่ที่อาศัยที่ได้รับรางวัลแบบการท่อง เที่ยวมาแล้วจากหลายสถาบัน กำไร 10 % กลับคืนสู่ธรรมชาติเพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตป่าและสิ่งแวดล้อม



“ไฟล์ทออฟเดอะกิบบอน” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ กรกฏาคม ปี 2551 เราทำงานร่วมกับชาวบ้าน ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวด ล้อม โดยมีเป้าหมายปลูกป่า 1,000,000 ต้น โดยเริ่มปลูกไปแล้วกว่า 100,000 ต้น และมี โครงการสร้างต่อไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังมีโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า ในอดีตสมัยป่าแม่กำปองคุ้นเป็นแหล่งที่ธำรงของชะนีจำนวนมาก แต่เนื่องลูกจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำ ให้ผลรวมชะนีลดลงและเรียบไป 
ไฟล์ท ออฟ เดอะ กิบบอนได้หมายเห็นถึงความสำคัญสิ่งระเบียบนิเวศ จึงให้ความช่วยเหลือ โดยการนำชะนีจากมูลนิธิจำนวน 2 ตัวมาดูแล โดยให้อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติ ทางเราได้จัดให้ตัวแทนชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการดูแลและสังเกตพฤติกรรมร่วมกับทีมสัตวแพทย์ จากสวนสัตว์เชียงใหม่ความคุ้นเคยกับสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ครอบครัวชะนี มีสมาชิกตัวน้อย ชื่อ”ทองคำ” ซึ่งตอนนี้คราวกว่า 1 ปี ร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมของเรา ท่านคงจะมีโอกาสได้พบเห็นความน่ารักของครอบครัวชะนี 

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

เดินป่าเล็งนก บนบานยอดดอย

Untitled Document


ลมร้อนมาพร้อมกับสีเทาควันไฟสีเทา ๆ ที่มีอยู่ทั่วในแทบภาคเหนือ แม้แต่ในกรุงเทพก็พางมีหมอกควันดูขมุกขมัวท้องฟ้าไม่สดใสเป็นสีฟ้าให้เห็น ภูมิอากาศเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่อาจคาดเดาอะไรได้แน่เข้านอนเหมือนในอดีต วันนี้ร้อนอบอ้าวแต่อีกสักอยู่อาศัยอาจมีฝนตก แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ร้อนจนกระปลกกระเปลี้ยหรือแสบผิว แสบคุณตากันไปตาม ๆ กัน ทำให้ฉุกคิดว่า.....ธรรมชาติพละกำลังลงโทษบุคคลที่หยิบช่วยเหลือทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้เฉพาะคาดการคำนึง กว่าจะมีน้ำมันให้เราใช้เกิดการทับถมสะสมมากี่ล้านปี?



หลบร้อนขึ้นเหนืออีกครั้ง กับการเดินทางมาเยือนสู่ถิ่น...อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ที่ถือได้ว่าเป็นหลังคาประเทศไทย..ประตูสู่หลังคาโลก ด้วยความดอนที่มียอดดอยสูงสุดในประเทศไทย ถึง 2,565.3341 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตีนเทือกเขาหิมาลัย สหายร่วมทริปของผู้เขียนในครั้งนี้ เป็นเด็กเยาวชนที่ได้ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจำนวน 70 กว่าชีวิต ร่วมเข้าค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 38 ทุกคนต่างมีความฝันที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ ร่วมกันไขความลับธรรมชาติ แก้สมการ 4 ธาตุ ที่สำคัญ คือ แผ่นดินแหล่งกำเนิดต้นไม้พืชพันธุ์ต้นกำเนิดอาหารของมนุษย์ น้ำ หล่อเฉลิมฉลองธรรมชาติสร้างความชุ่มชื่นให้สิ่งมีชีวิต ลม อากาศที่มีหน้าที่เชื่อมประสานรอยระบบนิเวศ และไฟ อุณหภูมิ ความร้อนที่ช่วยเหลือรักษาความสมดุลให้ธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต



แปลกแต่จริงเมื่อเราอยู่ในตัวเมืองที่มีอากาศร้อนอบอ้าว แต่พอขึ้นดอยอินทนนท์อากาศผวนเย็นสบาย อยู่ในระดับ 18 องศา มาพร้อมสรรพกับกระแสธาตุลมแทบไม่น่าเลื่อมใสว่าจะเย็นเย็นได้เพียงนี้ ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวไปแต่อย่างใด ทำให้ต้องผจญกับความหนาวและตัวคุ่นซึ่งร้ายกาจยิ่งนัก หากถูกกัดก็ทั้งคันและพ่ายแพ้เป็นแผลบวมแดง หากใครที่คิดจะเดินป่าคงต้องเตรียมพร้อมทั้งเครื่องแต่งกายที่มิดชิด ที่สำคัญคือว่าร่างกายต้องแข็งแรง ถึงแม้การเดินป่าในครั้งนี้ จะมีเจ้าพันธกิจอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์พร้อมกับเจ้าหน้าจากมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และบ.เอ็กโก ฯ คอยดูแลอำนวยความฉลุยในเรื่องของเส้นทางแต่ก็ขอบอกว่าเหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน แก่ ๆ อยากผู้เขียนเดินรั้งท้ายกลุ่มของเด็ก ๆ ตลอดทุกเส้นทาง



ด้วยภูมิประเทศของยอดดอยอินทนนท์เชียงใหม่มีสภาพความชุ่มชื้นและเย็นเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ระบบนิเวศป่าไม้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสนไศล และป่าดิบเขาที่อุดมไปด้วยมอสและเฟิร์น อีกทั้งเป็นที่อยู่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เด็กๆ พร้อมกับผู้เขียนสนใจมากเป็นพิเศษคือตาน้ำ ได้เดินตรวจตราศึกษาป่าจนเห็นถึงแหล่งธารที่มาก่อนจะหล่อหลอมเป็นน้ำตก และสายน้ำลำธาร หล่อเลี้ยงส่งไปยังคนปลายน้ำ ธรรมชาติได้จัดสรรสิ่งมีชีวิตที่เป็นเครื่องมือชี้วัดทางธรรมชาติ ว่าน้ำที่นี้คือน้ำบริสุทธิ์ดื่มกินได้ ดอยอินทนนท์เปรียบเทียบเหมือนป่าเมืองหนาว ที่มีพืชและสัตว์โปร่งใสชนิดที่แพร่กระจายมาจากถิ่นฐานเดิมในเมืองเนปาล แล้วค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมจนเกิดสายตระกูลใหม่ เช่น รองเท้านารีอินทนนท์ นกกินปลีหางยาวสีเขียว ฯลฯ



ผู้เขียนได้เดินเรียนรู้เส้นทางธรรมชาติอ่างกา ที่เป็นแอ่งน้ำที่สูงที่สุดในประเทศไทย อากาศเย็นสบาย ตลอดสายทางจะพบซากกิ่งไม้ ใบไม้ มอส ไลเคนที่มีอายุ 4,600 ล้านปี จะอยู่ในพื้นดินอากาศบริสุทธิ์ เฟิร์น อายุกว่า 230 ล้านปี เห็นบิดแบบนี้เป็นช่วงของการพักฟื้นคืนชีวิตชั่วคราวหากมีละอองสีเทาก็ฟื้นตัวขึ้นมาอีก และรุกข์ขนาดเทิ่งหลากแหล่สายพันธุ์ เรียกว่าธรรมชาติฟื้นฟูแซมกันเอง ต้นหนึ่งล้มก็มีต้นอีกครั้งเกิด สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเจ้าหน้าที่บอกกับผู้เขียน สิ่งที่หายากในดอยอ่างกา คือ กุหลบพันปี สีขาวและสีแดง เป็นที่น่าเสียดายที่บางต้นถูกไฟไหม้จากน้ำมือบุคคลที่มักง่ายสูบบุหรี่แล้วโยนทิ้งทำให้ไฟไหม้ป่า ไหม้ต้นกุหลาบพันปีจนเหลือแต่ซากพืชพันธุ์สีดำ แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่ผู้เขียนได้ทันได้เห็นดอกกุหลาบพันปีสีเลือดนก และสีขาว ที่เหลืออยู่เพียงดอกเดียว ได้เก็บภาพมาฝากกัน นอกจากนี้ยังมีข้าวตอกฤาษี พืชไร้ดอกจำพวกมอส



จากนั้นอิฉันเดินลัดเลาะพักกินภัตเที่ยงกันในป่าที่บรรยากาศมีวิวน้ำตกให้ได้นั่งชมเพลิน ๆ ออก อิ่มท้อง อิ่มเอมกับบรรยากาศกันแล้วออกเดินดุ่มทางต่อเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่อยู่ระหว่างจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ด้วยระบบนิเวศยังคงเป็นป่าดิบเขา สร้างให้เกิดห้องเรียนเทพนิรมิต ที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่ของ กวางผา หรือ ม้าเทวดา สัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิด ของประเทศไทยที่เหลือโหรงเหรงลง เจ้าหน้าที่อุทยานอาสาพาไปดู เพื่อโชคดีได้เจอ แต่ด้วยทางที่ลาดชันและรองเท้าพื้นแข็งที่ไม่เอื้ออำนวยอาจหาญทำให้ไถลตกไหล่ทางที่ลาดชันได้ ผู้เขียนต้องจำอนุญาตสละสิทธิ์จึงยืนดูผาแง่ม ที่มีลักษณะเป็นเขาหินสองแท่งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน-ในเขตอุทยานดอยอินทนนท์ และออกเดินลัดเลาะทางที่ลาดชันแต่ก็มีการประพฤติทางไว้แล้วอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติ


ความงดงามทางเทพนิรมิต ประตูบ้านขนองใหญ่ ห้องเรียนขนาดใหญ่ หรือสุดแล้วไปแต่ว่าจะเรียกสิ่งใดนั้น ที่คือต้นน้ำอันสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งของชีวิต การเดินทางไม่มีที่มากเปรียบเหมือนสายน้ำ หากช่วยกันระวังระไวช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างมีท่านค่า ผู้เขียนเลื่อมใสว่า แหล่งต้นน้ำ ก็จะยังมีน้ำหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต คน สัตว์ พืชต้นไม้ ไปยังคนปลายน้ำให้ได้ใช้คงอยู่ต่อไป อย่าเพียงแค่รับรู้และเพิกเชยเฉพาะควรลงมือทำเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ใช้กำลังแรงงานที่ให้คุ้มทุน ก่อนแถวทุกสิ่งจะเส้นทางเกินแก้........


ทริปนี้ผู้เขียนและน้อง ๆ ชาวค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า ขอขอบคุณเทพารักษ์หน้าที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านและผู้สนับสนุน ทำให้เกิดการเรียนเห็นประจักษ์มากมายบนพื้นดินของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ขอเป็นพละกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุกนาย ที่ท่านเสียสละทุ่มเทชีวิตเพื่อรักษาผืนป่าให้คงอยู่พร้อมทั้งประเทศไทยต่อไป...


พาเที่ยวไปกับ......โชติกา วีรนะ

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

แอ่วเชียงใหม่ เคาะประตูที่อาศัยม้ง...ดูธรรมชาติ

Untitled Document


ลมร้อนแห่งจันทร์เมษายนมาเยี่ยมเยียน อากาศร้อนกับโพยมานหนาวสลับสับแปลงจนหลงระเลิงฤดู ทุกวันนี้นักคนไม่กำแหงคาดเดาสถานการณ์ดินฟ้าอากาศ แสงอาทิตย์จ้าเหมือนไม่มีฝนตก แต่กลับมีฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา บนพื้นผิวเผินโลกใบนี้เริ่มเกิดการแปลงแปลงจากเทพนิรมิต ภัยพิบัติต่างๆ โหมโรงย่างกลายเข้ามาเยือนจนปุถุชนอย่างเราไม่สามารถตั้งรับได้ทัน หลายจังหวัดในพื้นที่ของภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนทางภาคทิศเหนือก็ต้องคอยเฝ้าระวังดินถล่ม ดินสไลด์ตามแนวชายเขา ส่วนอีสานก็ร้อนแห้งแล้งจนขาดน้ำ เอาแน่อะไรไม่ได้เข้ากับบนโลกใบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บิณฑบาตให้อยู่กับสัมปชัญญะ สิ่งสำคัญเสาะหาแสวงหาความสุขสมในแบบฉบับสิ่งตนเองอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ผู้อื่นโกรธเกรี้ยวร้อน



แสงแดดร้อนที่แผดเผากับโพยมานที่ร้อนระอุ...ทำให้ต้องออกเดินทางค้นหาธรรมชาติ เพื่อแผ่ความร้อน มองหาร่มรื่น..เนื้อความเย็นจากธรรมชาติ ความร่มรื่นของกิ่งไม้ไม้ที่เขียวขจี และวิถีชีวิตที่หมดง่ายผิดแผกจากชีวิตคนเมือง ผู้เขียนมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านขาวเขา ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึง 6 เผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งอาจจะมองดูว่าเป็นการจัดการชายธุรกิจไปสักไม่ช้า เนื่องจากเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้านรายละ 500 บาท ไม่ว่าคนไทยหรือว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งตรึกตรองดูแล้วแพง ด้วยความที่ผู้เขียนมีสายเลือดของสื่อมวลชน ทำให้ต้องได้มาของคำตอบเพื่อคลายเนื้อความแคลงใจว่า 500 บาท มีการแบ่งสรรปันซีกกันอย่างไร? คำตอบที่ได้รับ คือ เงินส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือชาวเขาเหล่านี้เดือนละ 1,500 บาท ต่อครัวเรือน แต่มองดูจากการเข้าชมของนักท่องเที่ยวแล้วแต่ละครัวเรือนหน้าจะได้มากกว่านี้



เดินผ่านเข้ามาไม่อายในพบกับบ้านที่สร้างด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยใบไม้ตามธรรมชาติ โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่บ้านแต่ล่ะชนเผ่าไว้ ภายในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปาใช้ มีทุ่งนาข้าวที่เขียวขจี มีควายที่เลี้ยงไว้ใช้งาน มองแล้วเพลินตา ผสมกับลมพัดเย็น ๆ มาจากชายทุ่งนาจนทำยกให้รู้สึกเย็นสบาย ด้วยเนื้อความมุ่งรู้อยากเห็นสิ่งผู้เขียน ทำให้ต้องเดินตรวจตราถึงก้นครัว ดูสภาพเนื้อความเป็นอยู่ชีวิตจริง ๆ ที่ปราศจากการปรุงแต่ง



ได้นั่งคุยกับคุณอัยกีแก่ ๆ ได้รับการแบ่งปันอาหารว่างและอาหารแล้วรู้สึกมีความสุข ผู้จารึกใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านม้งทรงไว้ครึ่งวัน เพราะขึ้นพระราชวังชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เกือบจะทุกหลังคาเรือน ได้นั่งดูการทอผ้า ได้ลองทอผ้าก็ทำให้เกิดความสนุก ได้พูดคุยกับเด็ก ๆ ทุกคนที่นี่ใจคอดี ใจดีเล่นกีตาร์ที่พวกเค้าประดิษฐ์ขึ้นเองจากพืชสักและให้เราได้ลองเล่นด้วย



เดินชมวิวไปเรื่อยจะมีบ้านแต่ละหลัง มีงานฝีมือสิ่งพวกเค้าไว้จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชม รวมหมดผ้าทอ เครื่องประดับงานไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นคนทำ



ส่วนผู้หญิงจะมีภารกิจนั่งขาย มีเล้าหมูป่าที่เลี้ยงไว้ มีโขลงช้างที่ไว้ใช้งาน งานฝีมือส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานปักตามลายที่จัดหามารับสืบทอดทางวัฒนธรรมของแต่ละปะทะเผาที่แตกต่างกันออกไป แต่ล่ะผืนใช้เวลาเป็นปี สนนราคาก็ต้องแพงตามระยะเวลาที่ทำ



ใครที่มีวันว่างขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ ลองหาโอกาสแวะมาที่หมู่บ้านม้ง อ.แม่ริม ดูนะคะ จะได้ความงดเพริศทางธรรมชาติพร้อมด้วยวิถีชีวิตที่สวยงามหรือไม่นั้นขึ้นกับมุมมอง ของผู้ไปเยี่ยมเยียนคะว่าจะมองในแง่มุมไหนให้สวยงาม


วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ลัดเลียบขุนภูเมืองเชียงใหม่ ชมมหัศจรรย์พรรณไม้งามธานีเหนือ

ได้เวลาตื่นเอนจากฝัน นำพาตนเองออกเดินย่ำทางไปสถานที่นัดแนะพบ ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานโต้ง กรุงเทพฯ ภาพบรรยากาศ ความโศภางามยังคงเหมือนเดิม อรุณสวัสดิ์ยามเช้าจ๊ะ...คำโอภาปราศรัยที่คุ้นเคย มิตรสหายพ้องน้องพี่ฤดูตาดี มีน้ำจิตใจแบ่งปันน้ำใจนำไปให้รอยยิ้มแม่พิมพ์ใจ สร้างความเป็นมิตรที่ดีให้ซึ่งกันและกัน ดวงเนตรเป็นประกาย น้ำเสียงร่าเริงแจ่มใสกันทั้งหมดคน ผมนั่งเหม่อทัศน์ฟ้าปล่อยให้ใจโปร่งเบาฉลุยล่องลอยไปตามอารมณ์ สายลมเย็นพัดผ่านปัญญาเริ่มคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตในตอนนี้ ครั้งแรกที่ทราบข่าวสารงานประกวดทัศนียภาพถ่าย ใจก็ปรารถนาตั้งจิตอธิฏฐานถ้ามีบุญวาสนาเพียงพอคงได้เดินทางไปถึงสถานที่แห่งนั้น จากฝันเปลี่ยนไปเป็นความจริง การท่องเที่ยวในประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมกับนิตยสาร PHOTOTECH และ แทรเวล ไลน์ พร้อมพันธมิตรโดย บัตรเครดิตท่องเที่ยว ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม



เดินทางท่องเที่ยวชมความงามข้าวของธรรมชาติ " มหัศจรรย์พรรณไม้งาม เทิดพระเกียรติ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" เส้นทาง กรุงเทพฯ - ลำปาง - ลำพูน - เชียงใหม่ บริเวณจุดลงทะเบียนรู้สึกว่าจะได้รับความจดจ่อเป็นพิเศษ จึงเดินเข้าไปหาจากนั้นลงชื่อก็เข้าใจ รับป้ายชื่อหอยคอครบครันข้อมูลที่ควรทราบ และของเอ้ที่ช่วยเติมเอ่อให้ร่างกายมีพลัง " มีข้าวกล่อง + น้ำดื่ม แจกด้วยนะ" อิ่มอร่อยกับอาหารเช้า เมื่อทั้งหมดคนพร้อมก็ได้เวลาล้อหมุนขบวนรถออกเดินทาง ภายใต้การนำของรถตำรวจขันธ์ปราบปราม สำนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งชาติ เส้นทางชีวิตช่างภาพนักนิพนธ์แนวท่องเที่ยวของผมได้เริ่มลิ่มใหม่อีกครั้ง นอนอยู่สายตาสมองเกิดจินตนาการวาดทัศนียภาพพรรณไม้งาม อวดโฉมชูช่อดอกไม้แห่งความฝันจะเป็นอย่างไรกันนะ ตื่นนอนได้แล้วจ๊ะ...ตอนนี้คณะของเราได้เดินย่ำทางมาถึง เมือง "เขลางค์นคร" เป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่า "เมืองรถม้า" จังหวัดลำปาง อยู่ในภาคเหนือตอนย่อยบน เมืองสำคัญเมืองหนึ่งในอาณาจักรล้านนา นครลำปางได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่ามานานนับสองร้อยปี ดังนั้นสถาปัตย์ วัดวาอาราม โบราณสถานต่าง ๆ ในเมืองลำปางจึงได้รับอิทธิพลของศิลปะพม่าเห็นได้อย่างชัดเจน



เยี่ยมชมชั่งสำคัญคู่เหย้าคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณกาล "วัดพระธาตุลำปางหลวง" โบราณสถานสำคัญ ที่ตั้งอยู่ในแคว้นซาก "เมืองโบราณลัมพกัปปะนคร" ยินยอมพระประวัติพระนางจามเทวีเคยเสด็จมานมัสการ และทำการบูรณะซ่อมแซมสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมอยู่เสมอ พระธาตุลำปางหลวง เป็น "พระธาตุประจำปีเกิดของ คนปีฉลู" ด้วยเริ่มปลูกในปีฉลู และเสร็จในปีฉลู ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุ พระเกศาและ บรรพชิตอัฐิธาตุ จากพระนลาฎข้างขวา พระศอขั้วหน้ากับด้านหลัง บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย องค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง ถัดซุ้มประตูโขงขึ้นไปเป็นวิหารหลวง บริเวณโดยรอบมี วิหารน้ำแต้ม , วิหารต้นแก้ว วิหารละโว้ , หอพระพุทธบาท , วิหารพระพุทธ และ อุโบสถ ทั้งหมดนี้จะแวดล้อมด้วยแนวกำแพงแก้วทั้งสี่ด้าน นอกขวากหนามแก้วด้านใต้กอบด้วยประตูที่จะนำไปสู่เขตสังฆาวาสซึ่งประกอบด้วยอาคาร หอพระไตรปิฎก , กุฏิประดิษฐาน , อาคารพิพิธภัณฑ์ , กุฏิสงฆ์และเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า ซึ่งเป็นที่เคารพไหว้ของชาวลำปาง และชาวพุทธทั่วไป



เก็บทัศนียภาพความเสมอๆใจวัดพระธาตุลำปางหลวงกันแล้ว คณะของเราคลอดเดินทางไป มณฑลพายัพ จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเคยเป็น เมืองหลวงของอาณาจักรนครรัฐอิสระ ชื่อว่า "อาณาจักรล้านนา" แต่โบราณ มีภาษาล้านนาคำเมืองเป็นภาษาท้องถิ่น ตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เช็คอินเข้าโรงแรมที่พัก ค่ำคืนนี้ รับประทานอาหารเย็น พร้อมฟังการบรรยายเทคนิคการถ่ายภาพให้สวยสมใจกับ Presentation ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะจากวิทยากรระดับบรมครู อาจารย์ธวัช มะลิลา ที่ปรึกษาสมาคมถ่ายภาพแห่งบ้านเมืองไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเปิดมุมมองวิธีคิด สร้างสรรค์งานถ่ายภาพให้ก่อเกิดเป็นพื้นฐานอย่างมั่นคงลงสู่จิตใจของผู้ฟัง เนื้อหาเรื่องราวคำแนะนำในครั้งนี้ของพ่อพิมพ์ ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปทำให้ "ดอกไม้แห่งความฝัน" ของผมเป็นจริง



ตื่นเช้ารับใกล้รุ่งของวันใหม่ สูดลมหายใจรับเอาอากาศเพียวจากธรรมชาติให้เต็มปอด ร่างกายสุขสดแช่มชื่นร่างเริงแจ่มใส เพื่อนตรงน้องพี่เตรียมตัวอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบว่าจัดเต็มดูเหมือนกำลังพร้อมรบ สมองอัดแน่นด้วยวิชาการถ่ายภาพดอกไม้ให้สวยงามได้สมดังใจ เดินทางมาถึง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ "สวนพฤกษศาสตร์แม่สา" นับว่าเป็น สวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีการทำจัดการตามมาตรฐานสากล มีจุดมุ่งหมายเพื่อเล่าเรียนวิจัย และให้ความรู้ ทางด้านพฤกษศาสตร์ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2537 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถให้ใช้ชื่อสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ว่า "สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์" ภูมิทัศน์สวยงามบนยอดพนมเป็นสถานที่อนุรักษ์และรวบรวมพรรณไม้ประจำถิ่นและไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ เพื่อจัดปลูกขยายพันธุ์ และศึกษาวิจัย ลักษณะการจัดสวนจะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้สามารถขับรถเที่ยวชมรอบๆได้



จากประตูทางเข้ารถนำเดินทางสีหวานลวดรอยเขียนดอกไม้ก็นำพาคณะของเราไปจุดแวะชมเริ่มจาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว , สูญสิ้นเพาะกล้วยไม้ไทย , อาคารพืชสมุนไพร , พิพิธภัณฑ์พืชสมุนไพร , ศูนย์วิจัย และสี่เส้นทางเดินเท้าชมธรรมชาติ คือ 1. เส้นทางสวนรุกชาติ 2. เส้นทางพันธุ์ไม้ไทยและพืชสมุนไพร 3. เส้นทางวลัยชาติ 4. เส้นทางน้ำตกแม่สาน้อย-สวนหิน-เรือนรวมพันธุ์กล้วยไม้ไทย มาถึงกลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยเรือนกระจก ประกอบกิจด้วยเรือนกระจก 3 แบบ ซึ่งมีทั้งหมด 12 โรงเรือน ภายในจัดปลูกแต่งแต้มพรรณไม้ไว้อย่างสวยมโนหร โดยเฉพาะพรรณไม้หายากและมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่



เรือนกระจกใหญ่แสดงไม้ป่าดิบชื้น จัดแสดงชั้นป่าและพันธุ์ไม้พงพีดงดิบ สร้างบรรยากาศภายในที่ด้วย เครื่องพ่นไอหมอกให้มีความชุ่มชื้นสูง นอกจากนี้ยังมีการแต่งแต้มพื้นที่หมายความว่าเนินเขาและน้ำตก มีทางเดินย่ำยกระดับเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้ชื่นชมความสวยงามข้าวของเรือนยอดรุกข์จากมุมสูงอย่างทั่วถึง  ส่วนเรือนกระจกขนาดใจกลางมี เรือนไม้น้ำ จัดแสดงไม้น้ำและพืชชุ่มน้ำชนิดต่าง ๆ โดยเน้นพันธุ์บัวของไทย หมายความว่าหลักและเสริมด้วยพรรณไม้น้ำ ไม้ชุ่มน้ำต่างๆ และรุกข์กินแมลง , เรือนจัดแสดงกล้วยไม้กับเฟิน มาถึงเรือนพืชทนแล้ง จัดแสดงพืชอวบน้ำ พืชสกุลกระบองเพชรชนิดต่างๆ พืชสายเลือดศรนารายณ์ กุหลาบหิน เสมา และยังรวบรวมพันธุ์ปรง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นพืชโบราณที่มีเม็ดกลุ่มแรกที่ประสูติขึ้นบนโลกไว้ด้วย ภายในเรือนพืชทนแล้งแห่งนี้เองที่ทำให้กระผมได้พบเธอ "ปรางค์ทอง" ชื่อนี้นามมีเสน่ห์ ชวนให้รักใคร่ อวดร่างงามกลีบดอกไม้สีเหลืองนวล ถูกตาต้องใจเมื่อแรกพบ ขอเก็บทัศนียภาพความตีตราใจนี้เก็บในความทรงจำของผม


ส่วนเรือนแสดงให้เห็นพรรณไม้ทั่วไปมี เรือนรวมชนิดบัว จัดแสดงพรรณสโรชต่างๆ โดยรวมพรรณบัวโดยเฉพาะข้าวของไทยและสิ่งของเอเชีย , เรือนแสดงกลุ่มสัปปะรดสี จัดแสดงพันธุ์สัปปะรดสีที่มีการการกำหนดปลูกกันในประเทศไทย , เรือนแสดงบอนสีและหน้าวัว จัดแสดงบอนสี บอนป่า หน้าวัว ไม้ด่าง ไม้แคระ และพืชขนาดเล็กที่โศภางาม , เรือนแสดงส้มกุ้ง จัดแสดงพืชสายเลือดส้มกุ้งที่รวบรวมออกจากทั่วประเทศและชนิดที่สวยงามจากต่างประเทศ , เรือนแสดงไม้บุษบาประดับ ไม้ด่าง จัดแสดงไม้ดอกไม้ขจิต ไม้ลูกผสมและไม้ต่างประเทศที่พบทั่วไปในท้องตลาด , เรือนแสดงไม้ไทยหายาก จัดแสดงไม้ไทยกับไม้ไทยหายากชนิดต่างๆ มีป้ายชื่อบอกรายละเอียดโดยย่ออย่างชัดเจน และ อาคารแสดงพืชสมุนไพร จัดแสดงให้เห็นพืชสมุนไพรของภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมป้ายบอกชื่อสรรพคุณต่างๆโดยย่อ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สามารถเข้าเที่ยวชม เรียนรู้ลูบคุณค่า และความงดงามของพรรณไม้ได้ตลอดทั้งปีทุกฤดูกาล



ในค่ำคืนนี้มีกิจกรรมการประกวดถ่ายภาพ " มหัศจรรย์พรรณไม้งาม เทิดพระเกียรติ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" นั่งมองดูผลงานถ่ายภาพดอกไม้ของมิตรสหายพ้องน้องพี่โศภางามกันรวมหมดนั้น ในสมองก็คิดถึงความตีตราใจที่พบเธอดอกไม้สีเหลืองนวล ผมตัดสินใจส่งภาพลงสนามแข่งขันในครั้งนี้ จากความฝันที่ได้เดินทางมา สู่ความจริงก้าวแรกของชีวิตดาวดวงใหม่เกิดขึ้นแล้ว "โฉมงาม ปรางค์ทอง" ชนะใจกรรมการและผู้ชมได้รับรางวัลชนะเลิศ ความสุขพิเศษนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำได้ สิ่งที่ชัดเจนและตรงที่สุดใบหน้าผมยิ้มแย้มแจ่มใส เสียงตบมือยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของผมตลอดไป



วันสุดท้ายของกิจกรรมในครั้งนี้คณะของเราเดินทางไป จังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในที่ภาคเหนือ เดิมมีชื่อว่า "นครหริภุญชัย" จังหวัดลำพูน นอกจากจะมีชื่อเสียงในฐานะเป็นเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน แล้วยังเป็นแหล่งเพาะปลูกลำไย ผ้าทอฝีมือดี พระเครื่อง และโบราณสถานที่สำคัญ "วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร" พระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเวียงลำพูน สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ในรัชสมัยของพญาอาทิตยราช ราชาแห่งวงศ์สกุลจามเทวีวงศ์ ภายในแคว้นวัดพระธาตุหริภุญไชย ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็นชั้น ๆ เบื้องฤดูซุ้มประตูมีสิงห์โต้งคู่หนึ่งยืนเป็นสง่า บนแท่น สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระเจ้าอาทิตยราช เมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม


เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารปฤษฎางค์ใหญ่เรียกว่า " วิหารหลวง" เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้าน และมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466 วิหารหลวงใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนากิจทุกวันพระ ภายในวิหารประดิษฐานพระปฏิมาใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง บนแท่นแก้วรวม 3 องค์ และพระพุทธ ปฏิมาหล่อโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้น และชั้นกลางอีกหลายองค์ ด้านหลังวิหารหลวงเชียงใหม่


โดดเด่นเป็นสง่าเหลืองทองสะดุดตา "พระบรมธาตุหริภุญไชย" เป็นพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ และมีแท่นไหว้ประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการไหว้ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป เมื่อถึง "วันวิสาขบูชา" ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเสมอๆทุกๆปี เพื่อที่จะเป็นการไหว้พระบรมพระอัฐิธาตุของพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าที่บรรจุในพระบรมธาตุ และเพื่อเป็นการบูชาเสาหลักเมือง ทั้งนี้เพราะชาวลำพูนถือว่าพระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นเสาหลักเมืองของนครหริภุญชัย หรือเมืองลำพูนในปัจจุบัน ความโศภางามของวัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหารยังคงอยู่ในความรูปทรงจำของใครหลายคน