วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

เรื่องของใช้ใจ ไม่ใช่ จักรยาน

กิจธุระราวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 จากเรื่องตั้งใจของฝาแฝดพี่น้องคู่หนึ่ง โกหนุ่ม และ เสืออ้น จากการที่ เสืออ้นซื้อจักรยานมาเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว สมัยนั้น จักรยานเสือหมอบ คน ไทยมองหาน้อยคนนักเขตจะขี่ ด้วยกระแสความที่เสืออ้นชื่นชอบ กีฬาแบบมาราธอน จึงเกิดความคิดว่า อยากขี่เสือหมอบคันนี้ ไปให้ ถึงเชียงใหม่ สักครั้ง กลับนั่นก็ เป็นแค่ความตั้งใจ ที่ไม่ได้สนองมัน กาลเวลาได้ล่วงล่วงเลยมากว่ายี่สิบปี เสืออ้นมีครอบครัว และมีลูก จนตรอกเรียกได้ว่าโรแล้วไปมีงานการที่ ดี แล้ววันนึง เสือหนุ่ม น้องชายตัวแสบที่ชอบหากิจกรรมประเภท X-tream มาเล่น จบวันนั้น เองเสือหนุ่มก็เอาจักรยาน คันซ้ำที่เพิ่งซื้อมาขี่แนวท่องเที่ยว กระโดด ขึ้นลงฟุตเท้าเล่นบ้าง มาโชว์ให้พี่ชายดู แล้วก็ ชวนให้พี่บุรุษคือ เสืออ้นลองขี่  จากนั้น...เสืออ้นกล่าวว่า "ถ้าข้าจะ ขี่ ข้าไม่ขี่แค่ใกล้ๆ นะ นี่เลย กทม.-เชียงใหม่เป็นไงล่ะ".... อุ้ยยย...งานเข้าแล้วเรา เล่นเชียงใหม่เลยเหรอ....ด้วยความที่กลัวเสียหน้า เลยรีบวิสัชนาไปว่า "กลัวที่ไหนวะ... ฮ่าๆ" ( ตอบด้วยเสียงสั่น) หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มวางโครงการว่า จะทำยังไงดีกับรถเสือหมอบคันนี้ ให้ไปถึงเชียงใหม่ได้ เพราะมันถูกจอดเก็มานานกว่ายี่สิบปี โดยที่ไม่ค่อยได้ไป แตะหัวมันเลย การสืบเสาะหาร้านซ่อมเสือ หมอบลำดับชั้นประเทศเริ่มขึ้น โดยเสือหนุ่ม รีบไปตั้ง กระทู้ถามในเว็บจักรยานทันที www.thaimtb.com และแล้วก็มีผู้ใจดีมาตอบ ว่าพูด ถึงเสือหมอบ ต้องโกเหลียงเลยครับ พร้อมทั้งให้เลขหมายโทรติดต่อมาเสร็จ ต้องขอขอบลื้อพี่ๆ ที่ใจดีทั้งหลายที่ให้ คำแนะนำนะครับ ผมและพี่ชายร่านจัดการนำรถไปหาโกเหลียงพลัน เมื่อไปถึง โกเหลียงก็ทักด้วยรอยยิ้มที่ยินดี แต่พอถามว่า ไหนล่ะจักรยานที่ จะเอามาให้ดู เสืออ้นรีบไปเอาลงมาจากรถให้ดู โกเหลียงถึงกับอึ้ง แล้วก็พูดว่า นี่เอามาๆๆๆๆๆ... เอ่อ.....งง อ่ะดิ ในใจผมก็นึงว่า แมร่งโค ต ร เก่าเลยใช่มั้ย... ในที่สุดโกเหลียงแนะนำว่า "ทำคันนี้ไม่คุ้มหรอก ควักกระเป๋าใหม่ดีกว่า" คันนี้ใช้ทำขี่เล่นได้ แต่จะขี่จริงจัง ไปไกลถึงเชียงใหม่คงลำบาก ในใจผมตอนนั้นก็คิดว่าเออ...มันก็จริงอย่างที่โกเหลียงบอก แต่ การสนทนาปราศรัยในวันนั้นก็จบลงที่ไม่ได้ทำเสือหมอบคัน นี้ แล้วฉันก็ไปเดินชม SHOP ของโกเหลียง มันช่า งอลังโอกาสอะไรอย่างนี้เนี่ย จักรยาน แต่ละคัน ราคาเหยียบแสน โอ้ว..... แล้วหลังละนั้น เราสองพี่น้องก็กลับบ้านด้วยความผิดหวัง ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่า พี่ชายผมเค้ารู้สึกยังไง แล้วเตรียมวางแผนยังไงต่อ ที่จะขี่จักรยานไปถวายถึงเชียงใหม่ ใช่ไหมจะไม่ขี่แล้ว...งั้นหรือ ? ไม่ได้การล่ะ ระหว่างนั่งรถกระบะทวนกลับบ้าน ผมก็คุยกับพี่ ชายชายมาเรื่อยๆ จนข้าเจ้าเกิดเรื่องรู้สึกขึ้นมาติ่งหนึ่งว่า ผมน่าจะทำจักรยานคันนี้ถวายมันกลับมามีชีวิตชีวาได้ และพร้อมที่จะขี่ไปเชียงใหม่ได้นะ เออ....เอาก็เอาวะ เลยบอกพี่ริมไปว่า ถ้าโกเหลียงไม่รับทำ เดี๋ยวโกหนุ่มรับทำเอง...ม๊ะ นั่นเป็นที่ มาสิ่งคำว่า โกหนุ่ม ซึ่ง ถูกอื้นโดยพี่ชายผมเองฮ่าๆๆ หลังจากวันนั้นดิฉันก็เริ่มดำเนินการขั้นต่อไปคือ ลื้อทุกแบบของเสือหมอบออกมาให้หมด ขัดสนิมออกให้หมด แล้วก็ทำการพ่นสีใหม่ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่าที่จำเป็น บางส่วนเช่นล้อลูกปืนจุดหมุนต่างๆ เรียกว่า แกะออกมาทุกชิ้น ทำ ความสะอาดจารบีโทรมออก แล้วอัดจารบีใหม่ทุกส่วน เรียกว่าลื่นหัวแตกกันเที่ยวไปเลยดีกว่า แล้วก็ถึงเวลามาสร้าง ในที่สุดก็ได้เป็นคันใหม่สีสวยสด ใส แล้วก็นำไปส่งมอบให้พี่ชายด้วยความเซอร์ไพรส์ ด้วยค่าเพียง 2,550 บาท ตรงกับปี พ.ศ. ที่ทำการซ่อมบำเรอเลย หลังจากนั้นพี่ริมผมก็เอาจักรยานคู่ใจคันนี้ไปหาที่ปั่นทดลอง เช่น ที่เขาใหญ่ ดอยอิน ทนนท์ อะไรราวๆนี้ แล้วต่อมาไม่นาน หมายลิขิตการ การเดินทาง ทริปกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก็ถูก กำหนดรุ่งมาโดยนักวางแบบอย่างระดับประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่าจอมวางแผนในครอบ ครัวเรา คือเสืออ้นนั่นเอง การเดินทางใช้เวลา ทั้งสิ้นสุด 5 วันในการปั่นทิวาแรกออกจาก หน้าที่พักที่ลาดพร้าว แล้วไปจบทริปวันแรกที่ จ.สิงห์บุรี วันที่สองออก จากสิงห์บุรีไปยัง อ.สลกบาตร จ.นครสวรรค์ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น