วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

แอ่วเชียงใหม่ เคาะประตูที่อาศัยม้ง...ดูธรรมชาติ

Untitled Document


ลมร้อนแห่งจันทร์เมษายนมาเยี่ยมเยียน อากาศร้อนกับโพยมานหนาวสลับสับแปลงจนหลงระเลิงฤดู ทุกวันนี้นักคนไม่กำแหงคาดเดาสถานการณ์ดินฟ้าอากาศ แสงอาทิตย์จ้าเหมือนไม่มีฝนตก แต่กลับมีฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา บนพื้นผิวเผินโลกใบนี้เริ่มเกิดการแปลงแปลงจากเทพนิรมิต ภัยพิบัติต่างๆ โหมโรงย่างกลายเข้ามาเยือนจนปุถุชนอย่างเราไม่สามารถตั้งรับได้ทัน หลายจังหวัดในพื้นที่ของภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่วนทางภาคทิศเหนือก็ต้องคอยเฝ้าระวังดินถล่ม ดินสไลด์ตามแนวชายเขา ส่วนอีสานก็ร้อนแห้งแล้งจนขาดน้ำ เอาแน่อะไรไม่ได้เข้ากับบนโลกใบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บิณฑบาตให้อยู่กับสัมปชัญญะ สิ่งสำคัญเสาะหาแสวงหาความสุขสมในแบบฉบับสิ่งตนเองอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ผู้อื่นโกรธเกรี้ยวร้อน



แสงแดดร้อนที่แผดเผากับโพยมานที่ร้อนระอุ...ทำให้ต้องออกเดินทางค้นหาธรรมชาติ เพื่อแผ่ความร้อน มองหาร่มรื่น..เนื้อความเย็นจากธรรมชาติ ความร่มรื่นของกิ่งไม้ไม้ที่เขียวขจี และวิถีชีวิตที่หมดง่ายผิดแผกจากชีวิตคนเมือง ผู้เขียนมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านขาวเขา ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึง 6 เผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งอาจจะมองดูว่าเป็นการจัดการชายธุรกิจไปสักไม่ช้า เนื่องจากเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้านรายละ 500 บาท ไม่ว่าคนไทยหรือว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งตรึกตรองดูแล้วแพง ด้วยความที่ผู้เขียนมีสายเลือดของสื่อมวลชน ทำให้ต้องได้มาของคำตอบเพื่อคลายเนื้อความแคลงใจว่า 500 บาท มีการแบ่งสรรปันซีกกันอย่างไร? คำตอบที่ได้รับ คือ เงินส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือชาวเขาเหล่านี้เดือนละ 1,500 บาท ต่อครัวเรือน แต่มองดูจากการเข้าชมของนักท่องเที่ยวแล้วแต่ละครัวเรือนหน้าจะได้มากกว่านี้



เดินผ่านเข้ามาไม่อายในพบกับบ้านที่สร้างด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยใบไม้ตามธรรมชาติ โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่บ้านแต่ล่ะชนเผ่าไว้ ภายในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปาใช้ มีทุ่งนาข้าวที่เขียวขจี มีควายที่เลี้ยงไว้ใช้งาน มองแล้วเพลินตา ผสมกับลมพัดเย็น ๆ มาจากชายทุ่งนาจนทำยกให้รู้สึกเย็นสบาย ด้วยเนื้อความมุ่งรู้อยากเห็นสิ่งผู้เขียน ทำให้ต้องเดินตรวจตราถึงก้นครัว ดูสภาพเนื้อความเป็นอยู่ชีวิตจริง ๆ ที่ปราศจากการปรุงแต่ง



ได้นั่งคุยกับคุณอัยกีแก่ ๆ ได้รับการแบ่งปันอาหารว่างและอาหารแล้วรู้สึกมีความสุข ผู้จารึกใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านม้งทรงไว้ครึ่งวัน เพราะขึ้นพระราชวังชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เกือบจะทุกหลังคาเรือน ได้นั่งดูการทอผ้า ได้ลองทอผ้าก็ทำให้เกิดความสนุก ได้พูดคุยกับเด็ก ๆ ทุกคนที่นี่ใจคอดี ใจดีเล่นกีตาร์ที่พวกเค้าประดิษฐ์ขึ้นเองจากพืชสักและให้เราได้ลองเล่นด้วย



เดินชมวิวไปเรื่อยจะมีบ้านแต่ละหลัง มีงานฝีมือสิ่งพวกเค้าไว้จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชม รวมหมดผ้าทอ เครื่องประดับงานไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นคนทำ



ส่วนผู้หญิงจะมีภารกิจนั่งขาย มีเล้าหมูป่าที่เลี้ยงไว้ มีโขลงช้างที่ไว้ใช้งาน งานฝีมือส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานปักตามลายที่จัดหามารับสืบทอดทางวัฒนธรรมของแต่ละปะทะเผาที่แตกต่างกันออกไป แต่ล่ะผืนใช้เวลาเป็นปี สนนราคาก็ต้องแพงตามระยะเวลาที่ทำ



ใครที่มีวันว่างขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ ลองหาโอกาสแวะมาที่หมู่บ้านม้ง อ.แม่ริม ดูนะคะ จะได้ความงดเพริศทางธรรมชาติพร้อมด้วยวิถีชีวิตที่สวยงามหรือไม่นั้นขึ้นกับมุมมอง ของผู้ไปเยี่ยมเยียนคะว่าจะมองในแง่มุมไหนให้สวยงาม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น