เที่ยวเชียงใหม่
วัดพระนอนหนองผึ้ง เชียงใหม่
![]()
![]()
วัดพระนอนหนองผึ้ง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่ (พระเกศาธาตุอยู่ในพระเจดีย์)
วัดพระนอนหนองผึ้ง แต่ดั้งหัสเดิมเป็นชั่งในสมัยเวียงกุมกาม-เชียงใหม่ หรือโปร่งทีอาจจะมีสภาวะเป็นวัดที่ตั้งเดิมทรงไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่สมัยหริภุญชัย เช่นเดียวกับหลายๆ วัดในเขตเวียงกุมกาม โดยแต่วัดที่พบหลักฐานดึกดำบรรพ์วัตถุพรรณพระพิมพ์แบบต่างๆ ภายในเขตบริเวณวัดนี้ ได้รับการดูแลซ่อมบำรุงเสริมกันเรื่อยมาดังเช่น องค์พระบรมธาตุเจดีย์ และอาคารประกอบระวังล้อมอื่นๆ อันเป็นประโยชน์งานการซ่อมสร้างตราบใดไม่นานมานี้ โดยแต่องค์พระนอนหรือพระพุทธไสยาสน์ ถือเป็นแผนการฐานพระพุทธรูปความจุใหญ่ข้าวของเวียงกุมกาม ที่อุบัติหลักฐานเหลืออยู่เพียงองค์เดียวและเรียกขานกันในท้องถิ่นว่า บรรพชิตนอนป้านปิง อันมีความเพ่งมองโดยชั้นเชิงว่าเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่สร้างขวางยับยั้งลำแม่น้ำปิงใน อดีต (ปิงห่าง-ที่ไหลผ่านมาหน้าวัดทางด้านทิพากรออก ตามแนวถนนต้นยาง) เพื่อระแวดระวังน้ำไหลบ่าเข้ามาท่วมชุมชน
พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระนอนตระพังผึ้ง ตั้งอยู่ระหว่างวิหารพระนอน และอุโบสถ ประเภทเป็นเจดีย์ขนาดเล็กทรงระฆังที่ได้รับการซ่อมปฏิสังขรณ์ตราบใดไม่นานมา นี้ ส่วนฐานเป็นสไตล์เขียงตอนล่าง ทิศเหนือขึ้นมาเป็นชั้นปัทม์ย่อเก็จรองรับส่วนมาลัยเถาแบบย่อเก็จแปลง องค์ระฆังขนาดเล็กค่อนข้างใหญ่ ไม่มีส่วนบัลลังก์ ปล้องไฉนรักษากรวยคว่ำแต่ละปล้องต้องมีขนาดใหญ่ ต่อเหนือขึ้นไปอีกด้วยชั้นบัวกลุ่มแบบพม่า และส่วนปลียอดประดับประดาฉัตรโลหะ
อุโบสถ วัดพระนอนตระพังผึ้ง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาหน้าจั่วมีปีกนก ๒ ข้างสร้างหันหน้าไปทางทิศทิพากรตก ด้านหน้ามีสิงห์ปูนปั้นอยู่ ๑ คู่ ส่วนซุ้มโขงประตูทางเข้าปรากฏลวดลายปูนปั้นในศิลปะพม่า ที่ได้รับการซ่อมแซมบูรณะในระยะเวลาใกล้เคียงกับสิ่งก่อสร้าง ที่มีอิทธิพลพม่าระยะรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นเงินมา ดังราวกับที่พบในสิ่งก่อประกอบต่างๆ ของวัดช้างค้ำ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดศรีบุญเรือง วัดสันป่าเลียง และวัดเสาหิน
วิหาร วัดพระนอนหนองผึ้ง ตั้งห่างออกไปทางก้ำตะวันตกเฉียงเหนือ ประกอบหันหน้าไปทางตะวันออก มีรูปทรงโครงประกอบอิทธิพลศิลปะจากภาคกลาง ที่มีชนิดจั่วหลังคาฐานกว้าง ทำรูปบันไดรูปมกรคายนาคปูนปั้นปิดทองและเขียนสี คล้ายกับที่พบในเขตเมืองเชียงใหม่ทั่วๆไป มีตัวอย่างสวยชวนมองที่เป็นนาคบันไดของวิหารหลวง วัดเจดีย์หลวง (สร้างขึ้นใหม่ในสมัยเจ้าหลวงแก้วนวรัฐ เมื่อราว ๑๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น